This is It : ฉลามชลกับปัญหาปวดเขี้ยว

หลังจากที่สะกดคำว่าแพ้เป็นครั้งแรกในเกมลีกของมาซาฮิโร วาดะ และพลพรรคฉลามชล คำถามของสาวกบลูชาร์คเริ่มเกิดขึ้นมาในหัวว่า เมื่อไหร่ถ้วยแชมป์ถึงจะกลับมาที่ภาคตะวันออกอีกครั้ง

หลังจบฤดูกาล 2013 ชลบุรี เอฟซี ต้องกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ไร้แชมป์อีกครั้ง ทำให้ทีมเกิดการปฏิวัติขนานใหญ่ด้วยการดึงกุนซือต่างชาติอย่าง มาซาฮิโร วาดะ เข้ามาแทนที่ของโค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล

นอกจากนี้ยังผ่องถ่ายผู้เล่นหลายรายออกจากทีมทั้ง เจษฏากร เหมแดง, อนุชา กิจพงษ์ศรี, อาจายี เบงกา, ภานุวัฒน์ จินตะ, อาทิตย์ สุนทรพิธ, ศราวุท จันทพันธ์, ฆวน เกวโร, อิวาน บอสโควิล, อิรฟาน บัชดิมและไกรกิตติ อินอุเทน พร้อมดึงตัวนักเตะอย่าง ยูกิ บัมบะ, กรกช วิริยอุดมศิริ, ฮายาโตะ ฮาชิโมโตะและไฮเม บรากันชามาร่วมทีม

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมด คือการปรับโฉมให้ฉลามชลกลายเป็นเจแปนนิส สไตล์เต็มขั้น ภายใต้แม่ทัพผู้หน้าตาละม้ายคล้ายโน๊ต อุดมอย่างวาดะซัง

หลังผ่านไป 8 เกมแรก ชลบุรี เอฟซี ถือว่าทำผลงานได้ดีเหมือนเช่นเคย พวกเขาเป็นหนึ่งในสองทีมที่ยังไม่แพ้ใครร่วมกับบีอีซี เทโรศาสน และยังเกาะกลุ่มหัวตารางได้อย่างเหนียวแน่น

แต่แล้วฟ้าก็ผ่าที่กลางหัวฉลามอย่างจัง เมื่อติอาโก้ คุนญา ดาวซัลโวตัวเก่งได้รับบาดเจ็บที่ไหล่จนต้องพักยาวถึงสองเดือน ย้ำอีกครั้งว่าสองเดือนเป็นอย่างน้อยด้วย

และเกมแรกที่ไม่มีติอาโก้ คุนญา ทัพฉลามชลก็ออกอาการแกว่งทันทีหลังบุกไปพ่ายทีมสามแชมป์เมื่อปีที่แล้วอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มา 0-2 ทั้งที่ทีมแชมป์เก่ากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มไม่คงเส้นคงวา

ใช่ หลายคนอาจบอกว่าความพ่ายแพ้นัดเดียวบ่งบอกอะไรไม่ได้มาก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขาเพียงฤดูกาลเดียว ตัวอย่างทั้งหมดก็มีให้เห็นเมื่อปีที่แล้ว ว่าส่วนสำคัญที่ทำให้ทัพฉลามชลไปได้ไม่ไกลเป็นเพราะปราศจากดาวยิงชาวบราซิเลียนนี่แหละที่เป็นปัจจัยสำคัญ

จากสถิติของ ติอาโก้ คุนญาในช่วงสองปีที่ผ่านมา เมื่อปี 2013 เจ้าตัวยิงไปทั้งสิ้น 13 ประตู จากการลงสนามทั้งสิ้น 19 นัด หากนับเป็นค่าเฉลี่ย คุนญาสามารถระเบิดสกอร์ให้ฉลามชลได้ทุก 103.4 นาที ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยที่ดีมาก เช่นเดียวกับในฤดูกาลนี้ที่เจ้าตัวยิงไปแล้ว 6 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 9 นัด เฉลี่ยยิงได้ทุก 90.83 นาที

ย้อนกลับไปเมื่อซีซั่นที่แล้ว ช่วงต้นฤดูกาล ชลบุรีทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ก่อนจะกลับคว้าชัยติดต่อกันถึง 7 นัดรวด ทว่าอาการบาดเจ็บของติอาโก้ คุนญาก็ทำให้ทีมฟอร์มตกลงมาอีกครั้ง สถิติของคุนญาเมื่อฤดูกาลก่อนลงไป 19 นัด ช่วยทีมเก็บได้ทั้งหมด 39 คะแนน เฉลี่ยนัดละ 2.05 คะแนน

ขณะเดียวกัน เกมที่ไม่มีคุนญาอยู่ในทีมอีก 13 นัด ทีมเก็บไปได้แค่ 23 คะแนน เฉลี่ยแล้วเก็บได้นัดละ 1.76 คะแนน ต่างจากตอนที่มีดาวยิงหมายเลข 37 อยู่ในทีมถึง 0.3 คะแนนต่อนัดเลยทีเดียว

เห็นได้ชัดว่า ดาวยิงชาวบราซิเลียนรายนี้มีส่วนสำคัญแค่ไหนสำหรับยอดทีมแห่งลุ่มน้ำเค็ม ซึ่งในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวก็มีอาการบาดเจ็บออดๆ แอดๆ ไปแล้วหนึ่งครั้งจากเกมกับราชบุรี ตามด้วยเกมกับสุพรรณที่ทำให้เขาต้องพักนานถึงสองเดือน

และสองเดือนต่อจากนี้ที่จะไม่มีโอกาสได้เห็นคุนญาอยู่ในสนาม ทัพฉลามชลมีคิวฟาดแข้งทั้งหมด 9 นัดเป็นอย่างน้อย โดยมีเกมใหญ่เช่นการออกไปเยือนสิงห์ท่าเรือและ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นกำแพงที่พวกเขาต้องเผชิญ

ช่วงเวลาต่อจากนี้อีกประมาณ 10 อาทิตย์ที่ฉลามชลจะไม่มีคุนญาและต้องรอตลาดเลกสองเปิดเพื่อซื้อกองหน้าใหม่สองตัวตามบัญชาของเดอะ เซนต์ พวกเขาจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางต่อไปให้ได้ ถึงเวลาแล้วที่วาดะซังต้องพิสูจน์ฝีมือว่าเขาคือของแท้ 'เมด อิน เจแปน'

ในขณะที่เมืองทองเริ่มโชว์ฟอร์มเข้าฝัก มังกรไฟยังเดินหน้าต่อเนื่อง บุรีรัมย์ที่เพิ่งชอกช้ำจากเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เตรียมกลับมาทวงบัลลังก์และตำแหน่งที่พวกเขาควรจะอยู่ แต่ฉลามตัวนี้กำลังประสบอุปสรรคมากมาย

ระยะทางในไทยลีกปีนี้ยังอีกยาวไกลเกินกว่าจะมาตัดสินอะไรได้ แต่บทเรียนดังกล่าวเคยสอนชลบุรีมาแล้วเมื่อปีก่อน หากพวกเขาไม่ต้องการเดินซ้ำรอย นี่คือการบ้านที่วาดะและทีมงานต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อปกปิดบาดแผลดังกล่าวให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อทวงถ้วยแชมป์กลับมาสู่ย่านลุ่มน้ำเค็มอีกครั้ง หลังห่างหายมานานถึง 7 ปีเต็ม