อิวาโนวิชโขกชัยต่อเวลา! สิงห์เด็ดปีกหงส์ 1-0 (2-1) ลิ่วชิงดำลีกคัพ

แบ็คชาวเซิร์บกลายเป็นทีเด็ดของเชลซีในช่วงต่อเวลาหลังโขกประตูชัยช่วยให้ทีมเฉือนชนะลิเวอร์พูลพร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงของศึกแคปิตอล วัน คัพ

โชเซ มูรินโญ จัดทัพชุดใหญ่แบบจัดเต็มนำโดยดีเอโก้ คอสต้าที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนกองกลางเป็นเอเด็น อาซาร์, ออสการ์, วิลเลียน โดยมีเชสก์ ฟาเบรกาสและเนมานยา มาติชคุมเกมตรงกลาง โดยขาดแค่แกรี เคฮิลล์ที่เป็นแค่ตัวสำรองและเป็นเคิร์ต ซูมาที่ได้จับคู่กับจอห์น เทอร์รี

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกมนี้ให้สตีเวน เจอร์ราร์ด กลับมาเป็นตัวจริงโดยได้คุมเกมตรงกลางคู่กับลูคัส เลวา ส่วนแดนหน้าเป็นฟิลิปเป้ คูตินโญ, ราฮีม สเตอร์ลิงและลาซาร์ มาร์โควิช และมีมาริโอ บาโลเตลลีที่กลับมามีชื่อเป้นตัวสำรองอีกครั้ง ส่วนดาเนียล สเตอร์ริดจ์ยังไม่มีชื่อในเกมนี้

เริ่มเกมมาทั้งคู่เปิดแลกเข้าใส่กันอย่างสนุกและก็มีจังหวะปัญหาเล็กน้อยระหว่างดีเอโก้ คอสต้าและเอมเร ชาน แต่ไมเคิล โอลิเวอร์ยังเฉย รวมถึงจังหวะที่ลูคัสทำแฮนด์บอลและสเคอร์เทลเบียดคอสต้าล้มลง แต่ก็ยังไม่เป็นจุดโทษ

และจังหวะลุ้นครั้งแรกก็เป็นของลิเวอร์พูลในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่เจอร์ราร์ดจ่ายตัดหลังให้โมเรโนหลุดเดี่ยวไปยิงด้วยซ้ายแต่กูร์ตัวส์ยังปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด สามนาทีต่อมายังเป็นหงส์แดงที่เกือบได้ประตูขึ้นนำและคราวนี้เป็นคูตินโญที่ได้ลากลุยเข้าไปตรงกลางก่อนซัดด้วยซ้ายแต่ก็ยังไปติดขาของกูร์ตัวส์

นาทีที่ 38 เชลซีมาได้ลุ้นแบบจะๆครั้งแรกจากลูกฟรีคิกและเป็นออสการ์ที่รับหน้าที่ปั่นแต่บอลโค้งผ่านหน้าปากประตูออกไป และจอมทัพชาวแซมบ้าก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่รับบอลจากวิลเลียนแต่บอลก็ยังผ่านหลุดเสาแรกออกเช่นเคย

และนาทีที่ 42 ก็มีใบเหลืองแรกออกจากกระเป๋าของไมเคิล โอลิเวอร์และเป็นจอร์แดน เฮนเดอร์สันที่รับไปจากจังหวะที่ไปดึงอาซาร์ นาทีสุดท้ายลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่คูตินโญเลี้ยงตัดเข้ามาก่อนซัดด้วยขวาแต่บอลไปแฉลบซูมาเข้าข้างตาข่ายก่อนจะไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่มเติมจบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาแค่ห้านาทีเชลซีก็ได้รับข่าวร้ายหลังเชสก์ ฟาเบรกาสเล่นต่อไม่ไหวและเป็นรามิเรสที่ลงมาเล่นแทนและนาทีที่ 53 ลูคัส เลวาก็เป็นนักเตะรายที่สองที่รับใบเหลืองไปหลังไปตัดฟาวล์ใส่ออสการ์

แต่นาทีที่ 57 ลิเวอร์พูลก็ต้องเปลี่ยนตัวบ้างและเป็นเกล็น จอห์นสันที่ได้ลงสนามมาแทนที่ของมามาดู ซาโก้ ที่มีอาการบาดเจ็บ และนาทีที่ 59 เชลซีก็เกือบมาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่อาซาร์แหวกชานและสเตอร์เทลก่อนซัดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งหลุดเสาออกไปนิดเดียว สองนาทีต่อมาเจ้าถิ่นน่ามาได้ประตูออกนำแบบสุดๆจากจังหวะที่เฟลิเป้ หลุยส์เปิดเข้ามาโดนสกัดมาเข้าทางคอสต้ายิงสวนมิโญเลต์ใช้เท้าสกัดออกมาและจังหวะต่อเนื่องหงส์แดงก็สวนกลับขึ้นมาและเป็นเจอร์ราร์ดที่ได้วิ่งมาซัดด้วยขวาแต่กูร์ตัวส์ก็ยังรับเข้าซองไว้ได้แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 69 ร็อดเจอร์สตัดสินใจทิ้งทีเด็ดและเป็นมาริโอ บาโลเตลลีที่ลงสนามมาแทนที่ของลาซาร์ มาร์โควิชและนาทีที่ 74 เชลซีก็มาโดนใบเหลืองใบแรกและเป็นจอห์น เทอร์รีที่รับไปจากจังหวะไปตัดบอลจากราฮีม สเตอร์ลิง

ด้านเชลซีก็ขยับนักเตะตัวที่สองในนาทีที่ 78 และเป็นเซซาร์ อัซปิลิกวยต้าที่ได้ลงมาเล่นแทนที่ของฟิลิเป้ หลุยส์ที่มีอาการบาดเจ็บ

ช่วงท้ายเกมทั้งคู่เริ่มเปิดเกมแลกกันเต็มตัวนาที 87 อาซาร์ได้ลองยิงไกลกว่าครึ่งสนามแต่มิโญเลต์ยังถอยไปรับบอลได้ทันแบบหวุดหวิด ก่อนจะไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่มเติมจบเกม 90 นาทีทั้งคู่เสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

และในช่วงต่อเวลาพิเศษที่เริ่มมาได้แค่สี่นาทีเป็นเชลซีที่มาได้ประตูออกนำจากลูกฟรีคิกที่วิลเลียนเปิดเข้ามาให้อิวาโนวิชที่โขกคนเดียวเข้าไปช่วยให้สิงห์บลูส์ขึ้นนำไปก่อน 1-0

นาทีที่ 100 ลิเวอร์พูลน่ามาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่สเตอร์ลิงหลบอิวาโนวิชไปได้ถึงสุดเส้นและเปิดเข้าไปให้เฮนเดอร์สันโฉบมาโขกโล่งแต่บอลหลุดเสาออกไป ก่อนจะจบครึ่งแรกของช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยการที่เชลซีนำอยู่ 1-0 และเบรนแดน ร็อดเจอร์สก็ส่งริคกี้ แลมเบิร์ตลงมาเป็นตัวสำรองตัวสุดท้ายแทนที่ของอัลแบร์โต้ โมเรโนแต่ก็ไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่มเติมจบเกมเชลซีเอาชนะไป 1-0 สกอร์รวม 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่างสเปอร์สหรือเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด