กำเนิดซุป'ตาร์หน้าใหม่ : 11 ตัวท็อปแต่ละตำแหน่งจากศึกคอนเฟเดอเรชั่น คัพ 2017

เยอรมัน ประกาศศักดาอีกครั้งว่าพวกเขาคือเจ้าพ่อบอลทัวร์นาเม้นต์หลังจากคว้าแชมป์ คอนเฟเดอเรชั่น คัพ 2017 ที่ประเทศรัสเซียไปครองได้สำเร็จ แม้จะใช้นักเตะดาวรุ่งเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ... และต่อไปนี้คือเหล่านักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทัวร์นาเม้นต์นี้ที่ FourFourTwo เลือกให้เข้ามาอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของรายการนี้ 

ผู้รักษาประตู : เคลาดิโอ บราโว (ชิลี)

บราโว่ พลาด 2 เกมเเรกของทัวร์นาเม้นต์จากอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามทันทีที่กลับมาลงสนามได้เขาก็สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ทันที ฟอร์มการ์เซฟอุตลุดในรอบ 4 ทีมสุดท้ายที่ผ่านโปรตุเกสมาได้ทำให้เขาเข้าวินในตำแหน่งผู้รักษาประตูแบบเป็นเอกฉันท์  นอกจากนี้เขายังคว้ารางวัลถุงมือทองคำไปครองอีกด้วย 

แบ็คขวา : โจชัว คิมมิช (เยอรมัน)

พรสวรรค์ที่มากมายเกินอายุทำให้ คิมมิช พัฒนเป็นตัวหลักได้ทั้งในสโมสรและทีมชาติ ตอนนี้เขาเป็นฟูลแบ็คที่ยอดเยี่ยมทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากนี้ยังขยับขึ้นมาเป็นวิงแบ็คได้อีกด้วย ในทัวร์นาเม้นต์นี้ไม่มีแบ็คขวาคนไหนที่จะเด่นเกินเขาอีกเเล้ว 

แบ็คซ้าย : โจนาส เฮ็คเตอร์ (เยอรมัน)

เห็นได้ชัดว่า โยอาคิม เลิฟ วางตัว เฮ็คเตอร์ และ คิมมิช เป็นแบ็คตัวจริงในฟุตบอลโลก 2018 เขาจึงส่วนทั้งคู่มาเก็บประสบการณ์ในทัวร์นาเม้นต์นี้ และ เฮ็คเตอร์ ก็เก็บกระดูกบอลได้อีกมากโขเลยทีเดียว ในเกมรับเขาไม่เสียเหลี่ยมง่ายๆ และในเกมรุกก็เล่นกับ จูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ได้อย่างเข้าขารู้ใจ

เซ็นเตอร์แบ็ค : แกรี่ เมเดล (ชิลี)

เขาคือหัวใจเกมรับของชิลีอย่างแท้จริง ไม่ต่างจากนักเตะอย่าง อาร์ตูโร่ วิดัล และ อเล็กซิส ซานเชซ  ... เมเดล คอยควบคุมตำแหน่งหลังบย้านพร้อมๆกับ ฆวน อันโตนิโอ พิซซี่ และไม่ได้ทำให้ใครผ่านพวกเขาไปได้ง่ายๆ ว่ากันว่าเขาจะเล่นดีขึ้นกว่าปกติในยามที่ได้สวมยูนิฟอร์มทีมชาติชิลี 

เซ็นเตอร์แบ็ค : บรูโน่ อัลเวส (โปรตุเกส)

อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจาก เอฟซี ปอร์โต้ กำลังอยู่ในช่วงวัยเกือบแขวนสตั๊ดแต่ความเก๋าของเขายังเหลือเฟือและร่างกายก็ยังยอดเยี่ยม ในวัย 35 ปีเขาลงเล่นในรายการนี้ทั้งหมดกว่า 300 นาที เเละช่วยให้ทีมไม่เสียประตูหลายต่อหลายครั้ง 

ปีกขวา : ลาร์ส สตินเดิล (เยอรมัน)

ในทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะวัยรุ่นชุดนี้ สตินเดิ้ล วัย 28 ปีคือนักเตะที่ เลิฟ มั่นใจในฝีเท้าหลังจากฉายแสงในเกมบุนเดสลีก้า แม้จะเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่เขาได้ลองของเเต่ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นที่แสดงออกมาของเขาจะนิ่งเหมือนกับทีมชาติมาเเล้วกว่า 50 นัดเลยทีเดียว การยิงไปทั้ง 3 ลูกและ 1 ในนั้นเกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศที่ส่งให้ทัพ อินทรีเหล็ก คว้าแชมป์เสียด้วย

มิดฟิลด์ : เลออน โกเร็ตซ์ก้า (เยอรมัน)

โกเร็ตซ์ก้า เเพ้คะเเนนโหวตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทำให้เขาเสียตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ให้กับ จูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ดาวเตะวัย 22 ปี มีทั้งเทคนิคและพลังอีกทั้งยังจบสกอร์ได้ดี ฟอร์มในเกมกับเม็กซิโกของเขาก็เหนือชั้นระดับเวิร์ลคลาสเลยทีเดียว แน่นอนว่าเขาพร้อมแล้วที่จะเติบโตเป็นซูเปอร์สตาร์คนต่อไป 

มิดฟิลด์ : อาร์ทูโร่ วิดัล (ชิลี)

ชิลี ไม่สามารถคว้าแชมป์ที่ 3 ในรอบ 2 ปีมาครองไดก็จริง แต่ฟอร์มการเล่นของ วิดัล นั้นแสนจะดุดันจนกลายเป็นนักเตะที่ ชิลี จะขาดไม่ได้ ทักษะการอ่านเกมและการสร้างโอกาสคือจุดเด่นของเขา วิดัล มีโอกาสลุ้นยิ่งประตู 13 ครั้งซึ่งมากกว่านักเตะคนไหนๆที่ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ 

ปีกซ้าย : จูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ (เยอรมัน)

ปีกตัวจี๊ดจาก เปแอสเช ติดทีมชาติเยอรมันหนนี้ในฐานะแข้งตัวเก๋าและเป็นกัปตันทีม เขาได้รับอิสระให้เล่นเกมรุกจาก เลิฟ อย่างเต็มที่และฟอร์มการเล่นของเขาก็ไม่ทำให้กุนซือผิดหวังโดยเฉพาะ 2 เกมแรกที่พบกับ ออสเตรเลีย และ เเคเมอรูน ณ เวลานี้รูปแบบการเล่นของ ดรักซ์เลอร์ มีแต่จะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ (เยอรมัน)

การตามหาตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าในทัพอินทรีเหล็กของ โยอาคิม เลิฟ นั้นทำให้เขาต้องปวดหัวมานาน แต่ตอนนี้ เลิฟ ได้เจอของดีเข้าให้เเล้วสำหรับการเล่นของ ติโม เเวร์เนอร์ ที่ยิ่งเล่นยิ่งดี ดาวเตะจากไลป์ซิกโชว์ฟอร์มยิงประตูจนคว้ารางวัลดาวซัลโวไปครอง 2 แอสซิสต์ และ 3 ประตู ทำให้เขาเอาชนะเพื่อนร่วมชาติอย่าง สตินเดิล อย่างเฉียดฉิว 

กองหน้า : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

เขากวาดรางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม อาจจะมีคนเบื่อที่ได้เห็นเขาติดทีมยอดเยี่ยมเสมอไม่ว่าจะในรายการใดก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ ของโรนัลโด้ ในทัวร์นาเม้นต์นี้ก็ตอกย้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ลีลาของเขายังเรียกเสียงฮือฮาบนแผ่นดินรัสเซียเช่นเคยโดยเฉพาะลูกแอสซิสต์ที่ส่งให้ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ในเกมที่พบกับ เม็กซิโก