กดไม่ลง! หงส์ดาหน้าใส่สิงห์ก่อนจบเจ๊า 1-1 ลุ้นต่อเกมสอง

ทีมของบีร็อดเดินหน้าบุกใส่เชลซีตลอดทั้งเกมแต่กลับไม่สามารถพลิกขึ้นนำได้ก่อนที่จะต้องไปตัดสินต่อในเกมที่สอง ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในสัปดาห์หน้า

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จัดทัพชุดใหญ่เกมนี้โดยดันราฮีม สเตอร์ลิงยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าอีกครั้งและสตีเวน เจอร์ราร์ดกัปตันที่โดนดร็อปในเกมล่าสุดกลับมาเป็นตัวจริงทำเกมรุกร่วมกับฟิลิปเป้ คูตินโญ โดยมีจอร์แดน เฮนเดอร์สันทำเกมตรงกลางร่วมกับลูคัส เลวา

ด้านโชเซ มูรินโญได้ธิโบต์ กูร์ตัวส์กลับมาเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังเป็นดีเอโก้ คอสต้าที่เพิ่งระเบิดฟอร์มฮ็อตกดมาสองลูกในเกมล่าสุดแดนกลางเป็นวิลเลียน, เอเด็น อาซาร์และเชสก์ ฟาเบรกาสที่ถูกดันขึ้นมา

ต้นเกมเป็นลิเวอร์พูลที่ครองบอลบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนักและโอกาสแรกก็มาถึงในนาทีที่ 16 จากจังหวะที่เจอร์ราร์ดลองส่องไกลจากระยะ 30 หลาแต่กูร์ตัวส์ยังผวาปัดออกหลังไปได้ทัน

แต่นาทีต่อมาสิงห์บลูที่ไม่ได้บุกอะไรเลยก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่อาซาร์ไปโดนชานทำฟาวล์ ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาดช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 1-0

พอตกเป็นฝ่ายตามหลังลิเวอร์พูลก็ยังเดินหน้าบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูคืนให้ได้และมาได้ลุ้นในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่สเตอร์ลิงโดนเคฮิลล์ทำฟาวล์และเป็นเจอร์ราร์ดรับหน้าที่ยิงฟรีคิกแต่กูร์ตัวส์ก็ยังทุบออกมาได้

หงส์แดงมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 43 และคราวนี้เป็นคูตินโญที่ลองส่องไกลไปแฉลบมิเกลบอลย้อยข้ามคานออกหลังไปก่อนจะไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่มเติมจบครึ่งแรกเป็นเชลซีที่นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังเริ่มมายังเป็นลิเวอร์พูลที่บุกอย่างหนักและในนาทีที่ 59 พวกเขาก็มาตีเสมอจนได้จากจังหวะที่สเตอร์ลิงเลี้ยงแหวกนักเตะเชลซีก่อนหลุดไปกดด้วยซ้ายเสียบเสาสองเข้าไปช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 1-1

นาทีที่ 67 หงส์แดงพลาดประตูพลิกขึ้นนำไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่คูตินโญเติมมาทางซ้ายก่อนหักกลับมาให้เจอร์ราร์ดได้มีเวลาบรรจงแปเน้นๆแต่บอลกลับพุ่งไปจูบเสาออกหลังไป

และจังหวะต่อมาเป็นคูตินโญที่ได้พาบอลลุยมาเกือบครึ่งสนามก่อนจะกดด้วยขวาเต็มข้อแต่กูร์ตัวส์ก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งออกมาได้แบบหวุดหวิดก่อนที่บีร็อดจะเพิ่มเกมบุกด้วยการส่งอดัม ลัลลานาลงมาเล่นสตีเวน เจอร์ราร์ดกัปตันทีม

นาทีที่ 75 ยังเป็นลิเวอร์พูลที่ได้ลุุ้นแบบชัดเจนกว่าและเป็นเฮนเดอร์สันที่ได้ตั้งป้อมยิงกูร์ตัวส์ปัดออกมาสเตอร์ลิงซ้ำก็ยังไปเข้ามือของกูร์ตัวส์ที่รับไว้ได้อีกครั้ง

ลิเวอร์พูลยังมาได้ลุ้นต่อเนื่องและนาทีที ่79 เปอ้นโมเรโนที่เปิดให้สเตอร์ลิงพักให้ลัลลานาวิ่งเข้ามากดแต่กูร์ตัวส์ยังปัดด้วยปลายนิ้วออกหลังไปได้อีก

ช่วงเวลาที่เหลือกลายเป็นเชลซีที่ได้บุกบ้างแต่ไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่มเติมก่อนจบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 ก่อนจะไปลุ้นต่อในเกมที่สองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์วันอังคารหน้า