กอดคอตกรอบ! สิงโตน้อยสิ้นลายพ่ายอิตาลีส่งท้าย 1-3 จมบ๊วยกลุ่มเอ

สิงโตน้อยโชว์ฟอร์มบู่พ่ายอิตาลียับ 1-3 กอดคอตกรอบทั้งสองทีม เนื่องจากผลอีกคู่ โปรตุเกสยันเสมอสวีเดน 1-1 ส่งผลให้ทัพไวกิ้งเข้าอันดับสอง เพราะมีเฮดทูเฮดดีกว่าอัซซูรี

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอานยุไม่เกิน 21 ปี ของกลุ่มบี นัดสุดท้าย ณ สนามอันดรุฟ สตาดิโอน ระหว่าง อังกฤษ อดีตแชมป์ 2 สมัย พบ อิตาลี อดีตแชมป์ 5 สมัย

แกเรธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์สิงโตคำราม ชุดยู-21 ตัดสินใจส่ง เจส ลินการ์ด ดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยในเกมเฉือน สวีเดน ไปแบบหวุดหวิด 1-0 กับ แดนนี่ อิงส์ ดาวยิงตัวใหม่ของ ลิเวอร์พูล ลงสนามเป็น 11 ตัวจริงนัดแรก โดยมี แฮร์รี เคน ยืนปักหลักเป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่ายเช่นเคย

ด้าน อิตาลี รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีของกุนซือ ลุย ดิ เบียโจ้ ปรับทัพเพียงรายเดียวเท่านั้นจากเกมนัดก่อน ที่ทำได้เพียงเสมอกับ โปรตุเกส ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 โดยถอดเอา คริสเตียน บัตต็อคคิโอ ออกไปพักข้างสนามแล้วจัดการส่ง มาร์เซโล ทร็อตต้า ดาวยิงคนเก่งของสโมสร อเวลิโน ในศึกกัลโช เซเรีย บี ลงมาทำหน้าที่แทน

เริ่มเกมมาได้เพียง 9 นาที กลายเป็นอิตาลีที่ชิงเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กองหน้าคนเก่งของ ซัสซูโอโล พลิกโยกหลอกผู้เล่นอังกฤษ ก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อจากระยะประมาณ 30 หลา ส่งบอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปไกลพอสมควร

ถัดมาในนาทีที่ 12 อังกฤษมาได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะที่ แฮร์รี เคน จ่ายทะลุช่องให้ แดนนี่ อิงส์ แตะหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนแปด้วยซ้ายเน้นๆ บอลเข้าข้างตาข่ายออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 23 สิงโตคำรามมาได้โอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ คาร์ล เจนกินสัน สาดยาวขวางสนามไปทางฝั่งซ้ายให้ แฮร์รี เคน โยกตัดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อ ทว่าบอลพุ่งไปตรงตัว ฟรานเชสโก้ บาร์ดี้ นายทวารกัปตันทีมอิตาลีลอยตัวทุบทิ้งออกไปได้อย่างหวุดหวิด

Goal! แต่แล้วนาทีที่ 25 กลับกลายเป็นอิตาลีที่มาทำประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ หยอดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ อันเดรีย เบล็อตติ สอดขึ้นมาลอยตัวตวัดตามน้ำด้วยขวา ส่งบอลแสกหน้า แจ็ค บัตแลนด์ เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้อิตาลีขึ้นนำ 1-0

ถัดมาไม่ถึง 2 นาที อิตาลีขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ลอเรนโซ ครีเซติก ตัดบอลได้จากบริเวณกลางสนาม ก่อนเลี้ยงขึ้นหน้าและหาช่องไหลเข้าไปในเขตโทษให้ มาร์โก้ เบนาซซี่ แตะเข้าขวา ก่อนยิงไปแฉลบขา เบน กิ๊บสัน ส่งบอลเปลี่ยนทางพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 อังกฤษเกือบมาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ นาธาน เรดมอนด์ อาศัยความคล่องตัวฝ่าด่านกองหลังอิตาลีเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย แต่จังหวะสุดท้ายดันแปไปตรงตัว ฟรานเชสโก้ บาร์ดี้ ใช้ตัวเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้จบ 45 นาทีแรก อิตาลียังนำอยู่ที่สกอร์ 2-0 

เปิดฉากครึ่งหลังมายังไม่ถึงนาทีดี อังกฤษหาจังหวะทักทายก่อนอย่างรวดเร็ว เมื่อ เจส ลินการ์ด ใ้ชความคล่องตัวโยกหลอกแนวรับอิตาลี 2-3 จังหวะในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนได้ซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลติดไซร้ก้อยโค้งหนีเสาไกลออกหลังไปแบบได้ลุ้นทีเดียว

จากนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมแรกกันอย่างสุดมัน ทว่านาทีที่ 72 กลายเป็นอิตาลีที่มาได้ประตูทิ้งห่างขาดลอย จากจังหวะที่ ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ทุ่มบอลไกลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ มาร์เซโล ทร็อตต้า ตวัดด้วยซ้ายข้ามหัวไปตรงจุดนัดพบให้ มาร์โก้ เบนาซซี่ ขึ้นโขกสะบัดเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย อิตาลีทิ้งห่างเป็น 3-0

อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อังกฤษมาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะที่ เจส ลินการ์ด จ่ายคืนหลังจากในกรอบเขตโทษฝั่งซา้ยให้ รูเบนลอฟตัส-ชีค ไขว้ถวายพานให้ นาธาน เรดมอนด์  ใส่เต็มข้อล่อเต็มแข้งบอลพุ่งแรงผ่านมือ ฟรานเชสโก้ บาร์ดี้ เข้าไปอย่างงดงาม อังกฤษตีไข่แตกเป็น 1-3

จบเกม อังกฤษ พ่าย อิตาลี ยับเยิน 1-3 พากันตกรอบไปทั้งสองทีม เนื่องจากผลอีกคู่ สวีเดน ยันเสมอ โปรตุเกส สำเร็จ 1-1 ทำให้ โปรตุเกส เก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนนคว้าแชมป์กลุ่มบีไปครอง ขณะที่ สวีเดีน มี 4 คะแนนเท่ากับ อิตาลี แต่เฮ้ดทูเฮ้ดดีกว่าจึงผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ส่วน อังกฤษ จมบ๊วยกลุ่มบี มีเพียง 3 คะแนนเท่านั้น แถมยิงได้เพียง 2 ประตูตลอดทัวร์นาเมนท์