คัมแบ็คสวย!ซัวเรซเบิ้ลพาจอมโหดเชือดสิงโต 2-1

สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาได้อย่างเยี่ยมยอดสำหรับดาวยิงจากลิเวอร์พูลหลังเหมาคนเดียวสองลูกช่วยให้อุรุกวัยเฉือนทรีไลอ้อนส์ไปแบบหืดจับ

ออสการ์ ตาบาเรซได้รับข่าวดีหลังหลุยส์ ซัวเรซกลับมาลงสนามได้โดยจะได้จับคู่ในแดนหน้ากับเอดินสัน คาวานี ซึ่งทำให้ดีเอโก้ ฟอร์ลันต้องหลุดไปเป็นตัวสำรอง

ด้านรอย ฮอดจ์สัน ไม่เปลี่ยน 11 ตัวจริงจากเกมที่แพ้อิตาลีเลยแม้แต่รายเดียวโดยเกมรุกยังเป็น 4 ตัวจิ๊ดอย่าง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, เวย์น รูนีย์, ราฮีม สเตอร์ลิงและแดนนี เวลเบ็ค

ต้นเกมทั้งคู่เปิดเกมแลกกันอย่างสนุกและเป็นอังกฤษที่มาได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 10 จากลูกฟรีคิกและเป็นรูนีย์ที่ได้ปั่นด้วยขวาแต่บอลเฉียดสามเหลี่ยมออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 15 อุรุกวัยเกือบมาได้ประตูขึ้นนำบ้างจากจังหวะที่จากีลก้าสกัดพลาดมาเข้าทางโรดริเกซตั้งป้อมอัดด้วยซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานบอกไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด

อุรุกวัยเริ่มครองเกมได้มากกว่าและมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 27 จากลูกเตะมุมและเป็นซัวเรซที่อัดเรียดๆเข้ามาให้คาวานีได้ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไปอีก

แต่นาทีที่ 31 อังกฤษพลาดโอกาสขึ้นนำไปแบบไม่น่าเชื่อจากลูกฟรีคิกและเป็นเจอร์ราร์ดที่โยนเข้าไปให้รูนีย์ได้โขกแต่บอลชนคานกระเด้งออกมา

อังกฤษเริ่มกลับมาบุกอย่างหนักได้อีกครั้งแต่กลายเป็นอุรุกวัยที่มาได้ประตูออกนำในนาทีที่ 39 จากจังหวะที่คาวานีหยอดบอลอย่างแม่นยำและเป็นซัวเรซที่โขกย้อนศรเข้าไปทำให้จอมโหดขึ้นนำไปก่อน 1-0

แต่สองนาทีต่อมาอังกฤษเกือบมาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วจากจังหวะที่สเตอร์ริดจ์เก็บตกได้ก่อนได้ซัดเต็มข้อแต่มุสเลรายังปัดทิ้งออกไปได้อีกครั้งก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมหมด 45 นาทีแรกเป็นอุรุกวัยที่นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังเป็นอุรุกวัยที่่ทำได้ดีกว่าและเกือบมาได้ประคูนำห่างจากลูกเตะมุมที่หลุยส์ ซัวเรซยิงลักไก้แต่โจ ฮาร์ทยังปัดออกไปไดเ และนาทีที่ 51 เป็นเอดินสัน คาวานีที่ได้หลุดเดี่ยวแต่ยิงหลุดกรอบออกไปอีก

นาทีที่ 53 อังกฤษพลาดโอกาสตีเสมอไปได้แบบไม่น่าเชื่ออีกและคราวนี้เป็นรูนีย์ที่โฉบมาก่อนยิงด้วยซ้ายจากระยะเพียง 7 หลาแต่มุสเลรายังคงปัดออกไปได้อีก

อังกฤษยังไม่สามารถหาจังหวะเจาะแบบน่ากลัวได้เลยทำให้รอย ฮอดจ์สันจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวด้วยการส่งรอสส์ บาร์คลีย์ลงมาเล่นแทนราฮีม สเตอร์ลิงในนาทีที่ 64

อังกฤษเริ่มพับสนามบุกใส่อุรุกวัยแต่กงว่าจะมาได้ลุ้นยิงแบบจะๆก็ต้องรอถึงนาทีที่ 73 แต่ลูกยิงของสเตอร์ริดจ์ก็ยังเบาไปเข้าซองของมุสเลรา

นาทีที่ 75 อังกฤษมาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่จอห์นสันลุยขึ้นมาก่อนจ่ายมาให้รูนีย์ได้แปโล่งเสียบตาข่ายเข้าไปช่วยให้สิงโตคำรามไล่มาเป็น 1-1

อังกฤษยังคงเดินหน้าบุกต่ออย่างหนักและสามนาทีถัดมาก็เกือบมาได้ประตูพลิกขึ้นนำในอีกสามนาทีถัดมาและเป็นสเตอร์ริดจ์ที่ได้ยิงแต่มุสเลรายังปัดออกมาได้อีกครั้ง

และนาทีที่ 84 อุรุกวัยมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากความประมาทของกองหลังที่ปล่อยบอลตกและเป็นซัวเรซที่หลุดเดี่ยวก่อนยิงแสกหน้าฮาร์ทเข้าไปทำให้จอมโหดขึ้นนำ 2-1

ช่วงเวลาที่เหลืออังกฤษเดินหน้าบุกเข้าใส่อุรุกวัยได้อย่างต่อเนื่องแต่ก็ทำประตูได้ไม่สำเร็จก่อนจะหมดเวลาเป็นอุรุกวัยที่เฉือนชนะอังกฤษไป 2-1 มีเพิ่มเป็น 3 คะแนน ส่วนสิงโตคำรามยังไม่มีแม้แต่แต้มเดียวและโอกาสตกรอบสูงมาก

Topics