คำแถลง "สมยศ" ก่อนเปิดประชุมสภาตัดสินฤดูกาล2559

เปิดแถลงแบบคำต่อคำของนายกสมาคมฟุตบอลต่อสโมสรสมาชิกเกี่ยวกับการตัดสินใจยุติการแข่งขันก่อนให้เข้าชี้แจงข้อมูลในการเปิดประชุมสภากรรมการเพื่อตัดสินต่อไป

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดแถลงข่าวต่อสโมสรสมาชิกที่เดินทางมา ณ สโมสรตำรวจ เกี่ยวกับการตัดสินใจของสภากรรมการในการสั่งยุติการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยชี้แจงเหตุผลการตัดสินแบบเร่งด่วนและเหตุผลการยึดคะแนนในตารางปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบถึงการตกชั้น ก่อนเปิดโอกาสให้สโมสรเข้าชี้แจงข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจใหม่ของสภากรรมการต่อไป

คำพูดทั้งหมดของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯต่อสโมสรสมาชิก ณ สโมสรตำรวจ มีดังนี้ “ที่เชิญทุกท่านมาวันนี้ก็ด้วยเหตุที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีประกาศยุติการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลทุกรายการจนสิ้นฤดูกาล”

“ผมจะลำดับเหตุการณ์ให้ฟังนะครับ วันที่ 13 (ต.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต เป็นความโศกเศร้าเสียใจของคนทั้งประเทศ วันที่ 14 (ต.ค.) ตอนเช้า รัฐบาล ประกาศให้วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันหยุดราชการ และขอความร่วมมืองดกิจกรรมรื่นเริง และกิจกรรมบันเทิง กรรมการหรือสภากรรมการของสมาคมกีฬาฟุตบอลจำเป็นต้องประชุมเร่งด่วน ในวันที่ 14 เวลา 10.00 น. การหารือในวันนั้นเป็นการหารือว่าเราจะดำเนินการอย่างไรต่อการแข่งขันฟุตบอลต่อไป”

“ในทันที สมาคมวอลเลย์บอลได้ประกาศยกเลิกการแข่งขันทุกประเภทเป็นเวลา 30 วัน เราเห็นอย่างนั้น เราก็คิดว่าเราจะประกาศยกเลิก 30 วันหรือยกเลิกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะเดียวกันทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ประสานมายังเลขาฯว่ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาขอความร่วมมือมายังสมาคมกีฬาฟุตบอลให้งดการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเป็นเวลา 30 วัน นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องประชุมด่วน”

“เมื่อประชุมกันหารือกันว่า สรุปถ้าเรางดการแข่งขัน 30 วันจะเกิดอะไรขึ้น จะมีผลอะไรเกิดขึ้น ผลกระทบภายในประเทศเป็นอย่างไร ต่างประเทศเป็นอย่างไร อันนี้ผมจะไม่ชี้แจงในรายละเอียดนะครับเพราะผมเชื่อว่าท่านทราบกันดี เพราะอยู่ในวงการฟุตบอลกันมานาน ผลกระทบจากการที่เราเลื่อนการแข่งขันไป 30 วันและไปเริ่มใหม่วันที่ 15 พฤศจิกายน อะไรเกิดขึ้น ผลกระทบแมตช์ต่างๆ ทีมชาติ ซูซูกิคัพ เอเอฟซี เอเอฟเอฟ อะไรก็แล้วแต่ ผมไม่อธิบายตรงนั้น ผมอธิบายประเด็นใหญ่ๆ”

“ประเด็นใหญ่ๆถ้าหากเลื่อนไป 1.สัญญานักเตะต่างชาติที่สิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม มีปัญหาสำหรับทีมที่มีนักเตะต่างชาติ ถ้าแข่งต่อมีการได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้น 2.ถ้าแข่งวันที่ 15(พ.ย.) ส่งชื่อสโมสรไปแข่ง เอซีแอล(เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก)ไม่ทัน 3.ผมได้หารือกับสปอนเซอร์หลักๆไม่ว่าจะเป็นทรูวิชั่นส์ ช้าง โตโยต้า สปอนเซอร์ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ประสงค์ที่จะให้จัดการแข่งขันกีฬาที่บริษัทเป็นสปอนเซอร์ เมื่อคืนนี้ท่านประธานโตโยต้ายังยืนยันว่าบริษัทพร้อมจะสนับสนุนกีฬาฟุตบอลต่อแต่ไม่เห็นด้วยที่จะจัดการแข่งขัน ท่านพูดว่าผมเป็นคนญี่ปุ่นยังต้องการไว้อาลัย เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องถามหัวใจคนไทยอย่างท่านๆนะครับ นี่คือเหตุผลต่อการยุติการแข่งขัน”

“แล้วเมื่อยุติการแข่งขันผลกระทบต่างๆก็เกิดขึ้น นำมาสู่ประกาศต่อไปของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเรื่องการจัดลำดับในลีกต่างๆ ในโตโยต้าไทยลีก 18 ทีม มีทีมที่อยู่ในโซนตกชั้น 3 ทีม อีก 15 ทีมอยู่เหนือตกชั้น เราคิดกันว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ เรามีเวลาสั้น ขอย้อนเวลาไปหน่อย ทำไมถึงต้องประชุมวันศุกร์ทำไมไม่ดึงเวลา ดึงไม่ได้ครับ วันที่ 15 (ต.ค.)มันจะแข่งโตโยต้าลีกคัพระหว่างเมืองทอง กับ บุรีรัมย์ มันจะต้องตัดสินใจให้ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร มันก็เลยเป็นเหตุว่าให้เราไม่มีเวลาตัดสินใจ”

“เมื่อมาพูดถึงการจัดอันดับทีมที่อยู่ในดิวิชั่น ต่างๆขึ้น 3 ตก 3 บางคนบอกว่าทำไมไม่แข่งต่อ แข่งไม่ได้หรอกคับ ใครจะรับผิดชอบถ้าเกิดอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรขึ้นสมาคมคงรับไม่ไหว เมื่อพิจารณาว่า 18 ทีมมีทีมที่ตกชั้น 3 ทีมเรายึดหลักกติกาสากลที่อารยธรรมประเทศเขาทำกัน”

“ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบเมื่อมีการสอบใดๆก็แล้วแต่ เมื่อผู้ควบคุมการสอบให้สัญญาณว่าหมดเวลาการสอบ หมายความว่าทุกคนที่อยู่ในห้องสอบต้องส่งข้อสอบใช่ไหมครับ เมื่อส่งแล้วใครทำได้คะแนนได้เท่าไรก็เท่านั้นใช่ไหมครับ เช่นเดียวกัน การแข่งขันฟุตบอลถึงแม้ว่ายุติ ยุติคือสิ้นสุดจบฤดูกาล เหมือนกับหมดเวลาการแข่งขัน ผมไม่ได้มองว่า 3 ทีมสุดท้ายคือทีมอะไร ผมหลับตาแล้วตัดสินใจด้วยความเป็นธรรมว่า ไม่ว่าจะเป็นทีมใด เมื่อท่านอยู่ตรงนี้ ท่านทำผลงานได้แค่นี้ ท่านก็ต้องรับสภาพ นี่คือสิ่งที่ผมตัดสินใจ เพราะฉะนั้นจะเป็นทีมอะไรผมไม่รู้ ผมมาตรงนี้ ผมไม่เคยสังกัดสโมสรใดๆ ไม่เคยมีทีมสโมสรใดเหนือกว่าสโมสรใดในหัวใจผม มันจึงเป็นที่มาของการตัดสินใจการตัด 3 ทีมตกชั้นและเลื่อนขึ้น 3 ทีม เพื่อให้เป็นกติกาสากลที่เขาทำกัน”

“จริงๆฟุตบอลไทยควรจะมี 16 ทีมด้วยซ้ำไปในไทยลีก เพื่อให้ทีมชาติมีเวลามากกว่า 5 วัน 7 วันจาก ฟีฟ่าเดย์ มีคนเสนอแนะผมหลายรูปแบบเพื่อหาทางออก เช่นเสนอให้มีการแข่งขันต่อ ซึ่งผมมองดูแล้วเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เสนอให้ทีมตกชั้นไม่มี หรือมีทีมเดียว ขึ้น 3 ตก 1 เป็น 20 ผมจะรับฟังท่าน”

“ผมจะชี้แจงท่านตรงนี้ ผมจะยังไม่ตอบคำถามใดๆต่อสื่อมวลชน จนกว่าการประชุมสภากรรมการจะเสร็จสิ้น ระหว่างการประชุมสภากรรมการผมจะให้โอกาสทุกสโมสรที่อยากจะเข้าไปเสนอแนวความคิดต่อสภากรรมการ แต่ผมเรียนท่านนะครับ เรียนสภากรรมการทุกท่านด้วยว่าท่านมีอิสระในการตัดสินใจ ผมยืนยันนะครับการบริหารสมาคมเป็นอิสระ การตัดสินใจในเรื่องการบริหารเป็นเรื่องของสมาคมเป็นเรื่องของสภากรรมการ สิ่งที่ท่านไปชี้แจงเป็นเพียงองค์ประกอบข้อมูลการตัดสินใจ”

“สุดท้ายผมได้ส่งข้อความว่าผมในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมและครอบครัวทั้งชีวิตได้รับพระมหากรุณาธิคุณมาโดยตลอด ผมสำนึกที่สุดในเรื่องความจงรักภักดี ผมประกาศไปว่าถ้าการตัดสินใจของผม จริงๆแล้วเราตัดสินใจร่วมกับสภากรรมการ แต่ผมพร้อมที่จะรับในฐานะผู้นำองค์กร ทำให้สโมสรสมาชิกส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ผมย้ำนะครับ ทีมฟุตบอล แฟนบอลส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเสื่อมเสีย เสียหายอะไรก็แล้วแต่ และทำให้วงการฟุตบอลตกต่ำลงเพราะว่าการแสดงความไว้อาลัยและความจงรักภักดีของผม ผมพร้อมที่จะรับ แต่ที่ผมตัดสินใจนั้น ผมมั่นใจว่าผมทำถูกที่สุด เพราะสโมสรที่ได้รับผลกระทบมีเพียงแค่ 3 สโมสรจาก 18 สโมสรมันไม่ใช่ส่วนใหญ่ แต่ผมจะน้อมรับฟังคำชี้แนะของท่าน ผมจะฟังและนำไปเป็นข้อมูลการตัดสินใจของสภากรรมการ”