คิดไม่ออกบอกอีริคเซน!! ไก่บุกยันดาบคู่สุดมันส์ 2-2 (2-3) ทะลุชิงสิงห์บลู

เรียกได้ว่าเป็นตัวทีเด็ดทีขาดของสเปอร์สซีซั่นนี้จริงๆ สำหรับเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเดนมาร์ก หลังเหมาสองประตูพาทีมบุกยันเสมอกับทีมเชฟฟิลด์ฯ 2-2 ผ่านเข้าไปเจอกับเชลซีในนัดชิงลีกคัพ

ไนเจล คลอช กุนซือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ปรับทัพเพียงตำแหน่งเดียวจากเกมนัดแรกที่บุกไปพ่าย สเปอร์ส หวุดหวิด 1-0 โดยถอด หลุยส์ รีด ไปพักที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง โจเซ แบ็กซ์เตอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอังกฤษวัย 22 ปี ลงทำหน้าที่แทนในตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกมคู่กับ ไมเคิล ดอยล์

ด้านไก่เดือยทองของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ที่เพิ่งตกรอบเอฟเอคัพไปหมาดๆ เหลือถ้วยให้ลุ้นเพียงรายการนี้รายการเดียวเท่านั้นจึงจำเป็นต้องเน้นเป็นพิเศษ โดยเกมนี้ถอด เอ็มมานูเอล อเดบายอร์.กับ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ฮีโร่ที่ซัดประตูชัยในนัดแรกออกไปนั่งสแตนบายที่ม้านั่งสำรอง และส่ง เอริค ลาเมลา กับ มุสซา เดมเบเล่ ลงทำหน้าที่แทน พร้อมขยับ แฮรี่ เคน ไปยืนเป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย

ช่วงต้นเกมในนาทีที่ 12 สเปอร์สได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ เอริค ลาเมลา จ่ายขึ้นหน้าให้ แฮรี่ เคน ลากตัดเข้าใน ก่อนสับไกลด้วยขวาจากระยะประมาณ 23 หลา ทว่าบอลพุ่งตรงตัว มาร์ค ฮาวเวิร์ด ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นรับเข้าซองได้แบบสบายมือ

จากนั้นในนาทีที่ 18 ทีมเยือนมาได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ฟูลแบ็คจากบุกลากจากกราบขวาตัดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าปากประตู แต่ มาร์ค ฮาวเวิร์ด ยังทุบทิ้งออกไปได้แบบหวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 28 บรามอลล์ เลน (รังเหย้าของทีมเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) ก็ต้องเงียบสงัดไปชั่วขณะ หลังทีมเยือนบุกมานำจนได้ 1-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องไปทางฝั่งขวาเล็กน้อย และเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งประจำทีมอย่าง คริสเตียน อีริคเซน รับหน้าที่ปั่นด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งทะลุกำแพงก่อนเช็ดเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ทำให้สกอร์รวมสองนัดสเปอร์สหนีห่างเป็น 2-0

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอ จากลูกที่ จามาล แคมป์เบลล์-ไรซ์ กระชากหลุดมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนโยนเข้ามาตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษให้ เจมี เมอร์ฟี่ แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนหวดวอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังไปนิดเดียว จบ 45 นาทีแรกสเปอร์สยังรักษาสกอร์นำอยู่ที่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังไม่ถึง 1 นาที ทีมเยือนเกือบบวกสกอร์เพิ่มได้อีก จากลูกที่ แฮรี่ เคน รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษ ก่อนโยกหนีกองหลังเจ้าถิ่นหนึ่งจังหวะและบรรจงยิงหักข้อด้วยขวาส่งบอลพุ่งถากเสาแรกออกหลังไปนิดเดียว

แต่แล้วนาทีที่ 77 เจ้าบ้านก็มาได้ประตูจุดประกายความหวัง จากจังหวะที่ ไรอัน ฟลินน์ พาบอลจากแดนตัวเองตะลุยขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดยัดเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ บอลหลุดไปถึงเสาไกลเข้าทาง อดัม ตัวสำรองแปเล่นทางด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เชฟฟิลฯตีเสมอเป็น 1-1 สกอร์รวม 1-2

ถัดมาเพียง 2 นาทีแฟนๆเจ้าถิ่นก็ได้ส่งเสียงเฮกันลั้นสนาม เมื่อทีมรักพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ เจมี เมอร์ฟี่ พาบอลไปสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนตักเข้าไปในเขตโทษให้ อดัม คนเดิมแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดด้วยขวาแฉลบกองหลังสเปอร์สเข้าประตูไป ชนิดที่ มิเชล ฟอร์ม ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา เชฟฟิลฯพลิกขึ้นนำ 2-1 สกอร์รวม 2-2

ทว่านาทีท้ายเกมนาทีที่ 88 สเปอร์สก็มาได้ประตูทำลายความหวังเจ้าถิ่น จากจังหวะที่ แฮรี่ เคน จ่ายทะลุช่องให้ คริสเตียน อีริคเซน หลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนกดเลียด้วยซ้ายสวนทาง มาร์ค ฮาวเวิร์ด เข้าประตูไปอย่างเลือดเย็น

จบเกม สเปอร์ส บุกยันเสมอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-2 ทำให้สกอร์รวมสองนัดสเปอร์สชนะไป 3-2 ผ่านเข้าไปเจอกับ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศศึกลีกคัพอังกฤษ

Topics