คมกริบ! อิกวาอินซัดโทนพานาโปลีบุกเฉือนลาซิโอ 1-0 ขึ้นที่ 3

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม หลังซัดประตูโทนสุดคมช่วยทัพอัซซูราบุกเฉือนอินทรีฟ้าขาวคาบ้าน แซงขึ้นที่ 3 เรียบร้อย

สเตฟาโน ปิโอลี เทรนเนอร์ของ ลาซิโอ ตัดสินใจปรับทัพหลายตำแหน่งจากเกมที่บุกไปเอาชนะ โตริโน ไป 1-3 โดยเกมนี้พวกเขามาในระบบ 4-3-3 วาง ฟิลิป ยอร์เยวิช หอกชาวเซอร์เบียยืนเป็นหน้าเป้า ขนาบด้วยปีกทั้งสองข้างอย่าง อันโตนิโอ คันเดรวา และ บัลเด้ ดิเยา เกอิต้า ที่ได้กลับลงสนามจากม้านั่งสำรองเพื่อคอยสร้างความจี๊ดจ๊าดให้เกมทางริมเส้นของทัพอินทรีฟ้าขาว
ขณะที่ฝั่งทีมเยือน ราฟา เบนิเตซ กุนซือของ นาโปลี ก็หวังคว้า 3 แต้มสำคัญเพื่อลุ้นตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยกุนซือสแปนิชปรับทัพในระบบ 4-2-3-1 จากเกมที่เปิดบ้านแพ้ ยูเวนตุส 1-3 แค่ตำแหน่งเดียว โดยเป็นอีวาน สตรีนิช แบ็กซ้ายตัวใหม่ที่ได้โอกาสลงสนามครั้งแรกแทน มิเกล บริตอส ที่เหลือตัวผู้เล่นหลักยังคงเหมือนเดิม นำโดย กอนซาโล อีกัวอิน ยืนเป็นหน้าเป้าเดี่ยว และมีโฆเซ กาเยฆอน กับ ดรีส์ เมอร์เทน ทำเกมจากด้านข้าง
เริ่มเกมมาได้ 3 นาที ทัพอินทรีฟ้าขาวได้โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกจากลูกฟรีคิกที่เปิดเข้ามาจากทางกราบขวา ยอร์เยวิช เทคตัวขึ้นโหม่ง แต่บอลดันไปติด มาจโจ้ ที่วิ่งเข้ามาบล็อคได้อย่างฉิวเฉียด และถัดมาอีกแค่แปดนาที เจ้าบ้านก็ได้ลุ้นต่อเนื่องจากจังหวะของคันเดรวาที่สบโอกาสซับไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่ยังไม่ผ่านมือของราฟาเอล ผู้รักษาประตูทีมเยือน
นาทีที่ 15 ทีมเยือนได้โอกาสทักทายเจ้าบ้านบ้างจากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลานอกหัวกะโหลก แต่ดรีส์ เมอร์เทนส์ ยังส่องไกลได้ไม่คมเท่าไหร่ ยิงไปติดกำแพงของลาซิโอ และเด้งออกข้างชนิดไม่ได้ลุ้น
GOAL!! แต่แล้วอีกแค่ 2 นาทีถัดมา นาโปลีก็ได้ประตูออกนำจากโอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรก คราวนี้เมอร์เทนส์ที่ยิงฟรีคิกพลาดไปก่อนหน้านี้แก้ตัวสำเร็จด้วยการพลิกบอลหลบกองกลางลาซิโอ ก่อนจ่ายทะลุช่องมาให้กับทางอิกัวอินที่วิ่งทำทางขึ้นมา จากนั้นกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ก็เลี้ยงพาบอลเข้ามุมแคบทางด้านขวา มุมเหมือนจะไม่เหลือแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังซัดด้วยเท้าขวาข้างถนัดได้อย่างคมกริบ ส่งบอลพุ่งแรงตรงกรอบจนนายทวารเจ้าบ้านปัดไม่ออก เข้าประตูขึ้นนำทันที
นาทีที่ 28 ลูคัส บิญา เกือบตีเสมอให้ทีมเจ้าบ้าน โดยเจ้าตัวฉวยโอกาสซัดไกลระยะเกือบ 30 หลา บอลพุ่งแรงและฮุคได้เสียว แต่ทิศทางยังไม่ดีเท่าไหร่หลุดหลังออกไปนิดเดียว และนาทีที่ 31 ลาซิโอก็ได้ลุ้นอีก คราวนี้เกือบเป็นประตูเลยเมื่อ เลเดสมา อาสาเปิดบอลจากฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้าย ส่งบอลโค้งไปทางเสาแรก และเป็นมาร์โค ปาโรโลที่พุ่งเข้ามาโขกเต็มแรง แต่บอลดันพุ่งชนเสาเต็มเบอร์ ทำให้ทีมเจ้าบ้านพลาดโอกาสทองในการตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้นทั้งสองฝั่งก็ผลัดกันได้ลุ้น แต่ยังไม่มีใครคมพอ ทำให้หมดเวลาครึ้งแรงกลายเป็นทีมเยือนที่ยังนำอยู่ 0-1
เปิดเกมในครึ่งหลัง กุนซือของเจ้าบ้านตัดสินใจปรับทัพด้วยแท็คติค 4-4-2 ทันที โดยส่งตัวรุกอย่างมิโรสลาฟ โคลเซ ลงยืนหอกคู่ ยอร์เยวิช แทนกัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์อย่าง คริสเตียน เลเดสมา

นาทีที่ 48 เป็นทัพอัซซูราของเบนิเตสที่ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 23 หลา แต่ดรีส์ เมอร์เทนส์ก็ยังซัดบอลไปติดกำแพงทีมเจ้าบ้านเหมือนเดิม และอีก 2 นาทีต่อมาเจ้าบ้านก็ตอบโต้ทันที เป็นบิญาที่ซัดไกลบริเวณหัวกะโหลก แต่ควบคุมทิศทางบอลไม่ได้ ทำให้ลูกยิงของเจ้าตัวเหินข้ามคานออกหลัง

ผ่านช่วนครึ่งหลังมา 10 นาที นาโปลีเกือบได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากอิกวาอินที่ยังอันตรายทุกจังหวะ หลังพาบอลขึ้นมาและซัดไกลบริเวณกรอบเขตโทษฝั่งขวา เจ้าตัวพยายามยิงบอลเล่นทิศทางไปทางเสาสอง และดูเหมือนจะตรงกรอบแล้ว แต่เป็นผู้รักษาประตูทีมเจ้าบ้านที่ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟกระโดดพุ่งเอาปลายนิ้วปัดบอลออกหลังเอาไว้ได้

นาทีที่ 60 เบนิเตซตัดสินใจเติมความสดให้ทีม โดยเปลี่ยนเอาเมอร์เทนส์ ที่เป็นคนแอสซิสต์ให้ อิกวาอิน ทำประตูออก และส่งตัวทีเด็ดอย่าง มาเร็ค ฮัมซิค ลงสนามแทน โดยขยับเอาโจนาธาน เด กุซมัน ไปเล่นทางริมเส้นฝั่งซ้าย และมอบหมายให้ฮัมซิคเป็นเพลย์เมคเกอร์หลังกองหน้า

ช่วงเวลาที่เหลือของเกม ทัพอัศวินสีฟ้ายังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และพยายามหาโอกาสทำประตูตีเสมออย่างไม่ย้อท้อ แต่เกมรุกวันนี้เจาะไม่ผ่านแนวรับของทีมเยือนที่ทำการบ้านมาดีเหลือเกิน ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นนาโปลีที่บุกมาเอาชนะลาซิโอไปได้แบบหวุดหวิด 1-0