คนไทยคนที่ 2! ส.บอลส่งผจก.ฝ่ายต่างประเทศทำงานเอเอฟซี

โฆษกสมาคมฯยืนยันว่าได้ตอบรับส่งผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศเข้าทำงานกับเอเอฟซี ถือเป็นคนไทยคนที่สองที่เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ประจำ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกและรองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ตอบตกลงที่จะให้ นายลอเรนโซ ฟอฟิ ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของสมาคมฯ เข้าทำงานในฝ่ายจัดการแข่งขันของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานใหญ่เอเอฟซี ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

"สมาคมมีความยินดีมากที่ โซ่ (ลอเรนโซ ฟอฟิ) ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ ของเราได้รับการทาบทามจากเอเอฟซีเข้ามา ซึ่งทางเอเอฟซีสอบถามทางผมมาก่อน เมื่อรู้ว่า โซ่ ทำงานอยู่ฝ่ายต่างประเทศ ตามมารยาท และทางสมาคมปรึกษากันแล้ว มีความยินดีที่จะให้เขาไปเป็นพนักงานประจำของเอเอฟซี เป็นไปตามนโยบายของสมาคมที่ต้องการสนับสนุนบุคลากรให้ไปสู่ระดับนานาชาติ"

"โซ่ ได้เข้ามาทำงานฝ่ายต่างประเทศ 10 เดือน ซึ่งเราก็ให้เขาประสานงานทั้งทางเอกสาร หรือโทรประสานงานต่างๆ ทำให้เขามีโอกาสพูดคุย ทำหน้าที่ให้กับเอเอฟซี และก็ได้ไปฝึกอบรมกับเอเอฟซีมาหลายรอบ จนเขาสนใจ" โฆษก สมาคมฯ ย้อนจุดเริ่มต้นการทำงานของ ลอเรนโซ่ ก่อนจะได้รับความสนใจจากเอเอฟซี

"ผมคิดว่าในช่วงอายุเดียวกัน เขามีความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่นๆ อาจจะด้วยประสบการณ์ สภาพแวดล้อม ที่เขาเติบโตขึ้นมา มีความพยายามแล้วก็ตั้งใจ ขนาดในเอเอฟซีก็พูดถึงว่าการตอบโต้ ทางเอกสารรวดเร็วไม่ผิดพลาด เรื่องการประสานงานความเข้าใจฟุตบอลเขาโอเคอยู่แล้ว และช่วง10 เดือนที่มาทำงานในสมาคมเขาทำความเข้าใจได้เร็วมาก"

"ความสามารถของโซ่มันพาให้เขาไปได้ และทางสมาคมก็ยินดีด้วย ผมเองปรึกษากับนายกก็เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่เราผลิตคนไประดับนี้ได้ การที่เอเอฟซีจะมาจ้างเจ้าหน้าที่ต่างชาติเข้าไปทำงานเป็นพนักงานประจำไม่ใช่เรื่องง่าย ก็คล้ายๆกับ เบนจามิน ตัน ที่มาทำงานในสมาคมฯไทย ถ้าหากความสามารถไม่ดีจริง เขาก็จ้างคนในประเทศดีกว่า"

ในฐานะที่เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำให้กับ เอเอฟซี เมื่อช่วงปี 2008 ก่อนจะเข้ามาเป็น โฆษกและรองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศของสมาคมฯ ในเวลานี้ พาทิศ ยังแนะนำ ลอเรนโซ ที่กำลังจะกลายเป็นคนไทยคนที่สองในองค์กรลูกหนังระดับเอเชีย ด้วยว่า

"ผมคิดว่ายุคสมัยมันไม่เหมือนกัน ฟุตบอลเอเชียมีการพัฒนาไปเยอะ การใช้ชีวิตจะอยู่ได้ง่ายกว่าสมัยก่อน ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ผมคิดว่าเขาไม่น่ามีปัญหาด้านการปรับตัว เพราะคนเก่าๆที่ผมเคยทำงานด้วยก็พร้อมยินดีต้อนรับเขาอยู่แล้ว แต่รูปแบบการทำงานก็เปลี่ยนไปเยอะ ประธานเปลี่ยนคน ผมก็แนะนำเขาไปว่าการไปอยู่องค์กรระดับนานาชาติ ก็ต้องแสดงความคิดเห็นให้มากที่สุดเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานให้มากที่สุด"

"ตอนสมัยที่ผมทำงานอยู่ฝ่ายสื่อสารองค์กร ไม่ได้อยู่ในด้านการจัดการแข่งขันโดยตรง แต่ครั้งนี้ โซ่ เข้าไปอยู่ในฝ่ายจัดการแข่งขันระดับสโมสร ซึ่งเป็นฝ่ายหลัก เขาจะได้ติดต่อประสานงานกับสโมสรทุกๆประเทศในเอเอฟซี จะได้รู้โครงสร้างของทุกประเทศ ได้คุยกับทุกสโมสรรู้สภาพแวดล้อมของทีม ซึ่งมันจะเป็นประโยชน์อย่างมาก"

หากบุคคลทั่วไปอยากเข้าไปสู่การทำงานกับองค์กรลูกหนังระดับนานาชาติจะต้องเริ่มต้นอย่างไร? " เอเอฟซี เมื่อเขาต้องการคนที่มีบุคลากรเพิ่ม ส่วนใหญ่ก็จะมองหาจากประเทศในสมาชิก ถ้ามาทำงานกับสมาคมฯ อย่างเช่น ฝ่ายจัดการแข่งขันลีก , ฝ่ายต่างประเทศ ก็จะมีโอกาสติดต่อกับคนในระดับเอเอฟซี ก็คล้ายๆกับการแข่งขันเหมือนกันการแข่งขันฟุตบอลที่มีโอกาสเจอกับทีมต่างประเทศเขาสนใจก็ดึงตัวไป โอกาสที่คนทั่วไปจะไปต่อก็ต้องมาแนวๆนี้"

"เกือบ 10 ปีที่ผ่านมาเราผลิตคนไปทำงานบริหารฟุตบอลระดับนานาชาติได้แค่ 2 คน ส่วนตัวผมคิดว่ายังน้อยเกินไป เพราะผมคิดว่าคนไทยมีศักยภาพสูงไม่แพ้ชาติอื่นๆเช่นเดียว เพียงแต่ยังไม่เห็นโอกาสเท่านั้น ซึ่งสมาคมก็มีเป้าหมายที่จะพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆต่อไป" พาทิศ ทิ้งท้าย

Topics