ของขึ้น!! ราชันสวนพลาตินี่กรณีชี้ "โด้" ไม่เหมาะซิวบัลลงดอร์

ราชันชุดขาวฉุนขาดสับหัวเรือใหญ่องค์กรลูกหนังยุโรปเละ เกี่ยวกับกรณีที่ "นโปเลียนลูกหนัง" ชี้ช่องทางเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้

เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกาสเปน ฉุนขาดหลังออกมาโจมตี มิเชล พลาตินี ประธานสหพันธ์ลูกหนังยุโรปหรือยูฟ่า ถึงกรณีที่อดีตนักเตะเจ้าของฉายา "นโปเลียนลูกหนัง" ออกมาให้ทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับตำแหน่งรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้
ก่อนหน้านี้ พลาตินี เคยแสดงความคิดเห็น ว่านักเตะทีมชาติเยอรมันสมควรได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้มากกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกจอมถล่มประตูค่ายราชันชุดขาว เนื่องจากแข้งเบียร์ทำผลงานได้ดีในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อย่างฟุตบอลโลก จนประสบความสำเร็จพาทีมคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ มาดริด ไม่พอใจประธานยูฟ่าเป็นอย่างมาก ถึงขนาดออกแถลงการณ์จวกพลาตินี่แบบดุเดือดทันที โดยมีใจความดังนี้ "จากการแสดงออกของ มิเชล พลาตินี ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า เกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับรางวัลบัลลงดอร์"
"เรอัล มาดริด มีความคิดเห็นว่า ประการแรก เรารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากกับคำพูดซ้ำไปซ้ำมาถึงเรื่องความชอบส่วนตัวของเขาเกี่ยวกับการเลือกผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาจากประมุขขององค์กรฟุตบอลยุโรป ซี่งเราเข้าใจได้ดีอยู่แล้วว่า องค์กรประเภทนี้ควรที่จะเป็นคนที่เข้มงวดเรื่องความเป็นกลาง"
"ประการที่สอง รางวัลบัลลงดอร์ คือ รางวัลส่วนบุคคล ไม่ใช่รางวัลส่วนรวมประจำปีที่มอบให้กับนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เรายังเชื่อเสมอว่าการคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรียังต้องมีไปอีกยาวนาน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงคะแนนเสียงควรพิจารณาเพียงแค่คุณสมบัติความเป็นมืออาชีพของผู้เล่นแต่ละคน"
"และสุดท้าย เราเชื่อมั่นแบบไม่มีข้อสงสัยเลยว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้กลายเป็นนักเตะอาชีพที่ดีที่สุดในปีที่ผ่านมาจากเกียรติประวัติในตัวเขาเอง บวกกับการคว้ารางวัลรางเท้าทองคำในศึกแชมป์เปี้ยนส์ลีก, สถิติดาวซัลโวในแบบฉบับศึกแชมป์เปี้ยนส์ลีก, คว้าแชมป์โคปา เดล เรย์ รวมถึงตำแหน่งดาวซัลโวลีกสเปนด้วย"
"ในฤดูกาลนี้ เขาคว้าแชม์รายการยูโรเปียน ซูเปอร์คัพ, ยิงสองประตูในเกมนั้น รวมถึงสร้างสถิติที่สวยงามด้วยการยิงไปถึง 20 ประตูใน 12 เกมแรกของซีซั่นนี้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาก็ยืนยันได้แล้วว่าฟอร์มการเล่นของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก และทำให้เขาคู่ควรยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาก่อนสำหรับรางวัลบัลลงดอร์"
Topics