ค็อปเซ็ง! หงส์บุกดวลเป้าพ่ายเบซิคตัสกร่อยตกรอบยูโรป้า 5-4 (1-1)

แฟนๆ หงส์แดงถึงกับต้องกร่อยไปตามๆ กัน หลังทีมดังศึกพรีเมียร์ลีกเสียท่าบุกมาแพ้ในการดวลจุดโทษให้กับเบิซคตัส ตกรอบ 32 ทีมศึกยูโรป้าลีกเรียบร้อยแล้ว

สลาเวน บีลิช กุนซือเจ้าบ้านมาในระบบ 4-2-3-1 โดยเปลี่ยนผู้เล่น 2 ตำแหน่งจากนัดก่อนหน้าที่บุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 1-0 เป็น ดาเนียล โอปาเร กับ เนซิป อูยซัล ได้ลงแทน เออร์ซาน กูลัม และ รามอน ม็อตตา ที่ติดโทษแบน นอกนั้นยังอยู่ครบทั้ง เดมบ้า บา และ โกคาน โตเร

ขณะที่ฝั่งทีมเยือนของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส มาในระบบ 3-4-1-2 เกมรุกเป็นมาริโอ บาโลเตลลี ยืนหอกคู่กับแดเนียล สเตอร์ริดจ์ มีราฮีม สเตอร์ลิงทำเกมหลังกองหน้า ตามหลังด้วยเอ็มเร ชานลงแทนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ได้รับบาดเจ็บและ ปิดท้ายด้วย 3 กองหลังอย่างมาร์ติน สเคอร์เทล, เดยาน ลอฟเรน และโคโล ตูเร

เริ่มเกมมา น.19 หงส์แดงได้โอกาสลุ้นก่อนจากอัลแบร์โต้ โมเรโนที่พาบอลขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย โดนสกัดได้แต่โชคดีบอลยังเด้งไปเข้าทางของ สเตอร์ลิง วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวาข้างถนัดเต็มข้อแต่ เชงค์ โกเนน นายด่านทีมเจ้าบ้านยังพุ่งปัดเอาไว้ได้

น.32 ทีมเยือนเกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่บาโลเตลลีขึ้นบอลมาทางแดนกลาง จ่ายต่อให้สเตอร์ริดจ์หลุดกับดักล้ำหน้า แต่เจ้าตัวเลือกล็อกหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยเท้าขวาบอลไปตรงตัวผู้รักษาประตู หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง น.52 เจ้าบ้านบุกดันลิเวอร์พูลอย่างหนัก โกคาน โตเร เลี้ยงลุยขึ้นทางริมเส้นฝั่งซ้ายและฝากต่อให้โฆเซ โซซ่าหักหลบเข้ากลางก่อนปั่นด้วยขวา บอลโค้งไปทางเสาแรก แต่มินโญเลต์ยังล้มตัวเซฟเอาไว้ได้

น.71 บุกอยู่นาน สุดท้ายเบซิคตัสก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากโตลกาย อาร์สลาน รับบอลมาจากเดมบ้า บาบริเวณหัวกะโหลกก่อนปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งเสียบเสาเข้าไปสุดสวย หมดเวลา 90 นาทีเจ้าบ้านนำ 1-0 ไปตัดสินกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมพยายามจะขึ้นเกมรุกทำประตูแต่สุดท้ายก็ทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ ทำให้ต้องไปตัดสินผู้ผ่านเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษ และเป็น เดยาน ลอฟเรน คนที่ห้าของลิเวอร์พูลที่ยิงไม่เข้า ทำให้ เบซิคตัส เฉือนชนะจุดโทษ 5-4 (ผลสองนัดเสมอกัน 1-1) ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ