ครูลแจกโชค! อ.ยังรับส้มหล่นกดชัยท้ายเกมพาผีบุกเฉือนสาลิกา 1-0

วิงแบ็คหมายเลข 18 กลายเป็นฮีโร่ของปีศาจแดง เมื่อโฉยโอกาสจากความผิดพลาดของนายด่านสาลิกาดงในช่วงท้ายเกม ทำประตูโทนเกมนี้ได้สำเร็จ

จอห์น คราเวอร์ กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-4-2 วาง ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ ลงจับคู่ในแดนหน้ากับ เอ็มมานูเอล ริเวียเร โดยมี กาเบรียล โอแบร์กตอง อดีตเด็กเก่าของปีศาจแดง และ แซมมี อเมโอบี้ ขนาบข้างทางริมเส้น

ด้านทีมเยือนของ หลุยส์ ฟาน กัล เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเกมก่อนที่เปิดบ้านชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0 เพียงแค่รายเดียวคือ มารูยาน เฟลไลนี ที่ได้โอกาสลงเล่นแทน ราดาเมล ฟัลเกา โดยมิดฟิลด์หัวฟูชาวเบลเยียม จะลงมายืนค้ำเป็นหน้าเป้า โดยมี เวย์น รูนีย์ เป็นหอกตัวเป้า และ อังเคล ดิ มาเรีย กับ แอชลีย์ ยัง คอยสร้างความจี๊ดจ๊าดทางริมเส้น

ครึ่งแรกเป็นยูไนเต็ดที่ครองบอลได้มากกว่า แต่กลับแทบจะสร้างโอกาสลุ้นทำประตูขึ้นนำแบบจะแจ้งไม่ได้เลย ทำให้จบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังเกมของปีศาจแดงก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นกว่าเดิมมากนัก ทำให้ต้องมีการแก้เกม ด้วยการตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก ส่ง อั๊ดนาน ยานาไซ ลงมาแทน ดิ มาเรีย ที่โชว์ฟอร์มไม่ออกอีกตามเคยในนาทีที่ 59

เช่นเดียวกับสาลิกาดงที่มีการขยับเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยถอด ริเวียวา ออกแล้วส่ง อโยเซ เปเรซ ลงมาแทน

จากนั้นในนาทีที่ 65 เสียงเฮก็ดังลั่นสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ไม่ใช่เพราะมีฝ่ายใดยิงประตูได้ แต่เป็นการที่ โชนาส กูเตียร์เรซ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ที่เพิ่งหายป่วยจากมะเร็ง ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองคนที่สองของนิวคาสเซิล แทนที่ของ ไรอัน เทย์เลอร์ พร้อมกับรับปลอกแขนกัปตันทีมจาก ฟาบริซิโอ โคลอชชินี ไปสวมใส่ทันที

ถัดมานาทีที่ 74 ทีมเยือนมีโอกาสใกล้เคียงในการได้ประตูขึ้นนำมากที่สุดในเกมนี้ จากจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะหลอกล่อ ดาริล ยานมาต แล้วเปิด้วยซ้ายเข้ากลางให้ รูนีย์ เทกตัวขึ้นโขก แต่ยังโดน ทิม ครูล พุ่งเซฟออกข้างไปได้อย่างยอดเยี่ยม แต่แล้วในช่วงท้ายเกม

นาทีที่ 89 ยูไนเต็ดก็มาปลดล็อคยิงออกนำจนได้แบบมีดวงเล็กๆ จากจังหวะที่ รูนีย์ ลากตะลุยขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนจะโดนแนวรับนิวคาสเซิลรุมประกบ และเป็น เมห์ดี้ อเบอิด ที่ขโมยบอลไปก่อนจะส่งคืนหลังให้ ครูล พยายามเตะทิ้งออกจากหน้าประตูแต่ไม่ดี ทำให้ลูกมาเข้าทางแอชลีย์ ยัง รับส้มหล่นแปด้วยขวาจ่อๆ เข้าไปง่ายๆ ส่งให้ปีศาจแดงบุกมานำ 1-0

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้จบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่บุกมาเอาชนะไปได้แบบหืดจับ 1-0 ยังอยู่ที่ 4 มี 53 แต้ม ส่วนนิวคาสเซิลมี 35 คะแนน อยู่อันดับ 11