คอสต้าควงออสการ์เบิ้ล!! สิงห์ดุบุกขย้ำหงส์ขาวดับอนาถคารัง 5-0 นำฝูงชิล

ไม่ปล่อยโอกาสทองในการทำแต้มหนีห่างรองจ่าฝูงให้หลุดลอยไป หลัง ดิเอโก้ คอสต้า กับ ออสการ์ ช่วยกันเหมาสองประตู พาทีมบุกถล่มหงส์ขาวยับ ขยับแต้มหนีห่างซิตี้เป็น 5 คะแนนแล้ว

แกรี มังค์ นายใหญ่เจ้าถิ่น เกมนี้ยังคงจัดทีมมาในระบบ 4-2-3-1 ตามสูตรถนัดเช่นเคย โดยวาง บาเฟติมบี โกมิส เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย และมี เนลสัน โอลิเวรา, เวย์น เราท์เลดจ์ และ นาธาน ดายเออร์ คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ขณะที่ฝั่ง เชลซี ของกุนซือ โชเซ มูรินโญ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมนัดที่แล้วที่เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิล ไปได้ 2-0 โดยหมดสิทธ์ใช้งาน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่มีปัญหาบาดเจ็บ รวมถึงถอด เคิร์ต ซูมา ไปเป็นตัวสำรอง แล้วส่ง แกรี่ เคฮิลล์ กับ ฟิลิเป้ หลุยส์ ลงทำหน้าที่แทน

เริ่มเกมมาได้เพียงนาทีเดียว แฟนสิงห์บลูก็ได้ลุกขึ้นเฮกันเกรียวกราว หลังทีมรักได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ผู้เล่นสวอนซีจ่ายคืนหลังพลาดไปเข้าทาง ออสการ์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนกดเลียดด้วยขวาจากระยะประมาณ 23 หลา ส่งบอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เชลซีขึ้นนำ 1-0

จากนั้นเป็นฝั่งทีมเยือนที่พับสนามบุกอยู่ข้างเดียว และในนาทีที่ 18 พวกเขาเกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ โชว์พริ้วหนีแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนหาช่องยิงหักข้อจากนอกกรอบเขตโทษ ทิศทางบอลพุ่งจะเสียบเสาไกลอยู่แล้ว ทว่า ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยังปฏิกิริยาไวพุ่งปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

ถัดมาไม่ถึงนาที เชลซีก็ขยับสกอร์หนีห่างจนได้ จากการประสานงานอันยอดเยี่ยมของ เชสก์ ฟาเบรกาส - วิลเลียน - ออสการ์ ก่อนเป็น ฟาเบรกาส ที่แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษให้ ดิเอโก้ คอสต้า กระหน่ำซัดด้วยขวาเน้นๆเข้าไปไม่เหลือ เชลซีหนีห่างเป็น 2-0

นาทีที่ 28 ทีมเยือนพลาดโอกาสได้ประตูที่สามไปอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ เชสก์ ฟาเบรกาส ตอบบอลย้อนกลับมาให้ วิลเลียน ซัดด้วยขวาเต็มข้อตรงบริเวณเส้นกรอบเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาอย่างจังก่อนเป็นกองหลังเจ้าถิ่นรีบมาเคลียร์ทิ้งออกไปได้

แต่แล้ว นาทีที่ 34 เชลซีก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์จ่ายคืนหลังแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ถูก ดิเอโก้ คอสต้า ตีเนียนฉกบอลไปได้ ก่อนยิงยัดเสาแรกเข้าไปแบบเด็ดขาด

เท่านั้นไม่พอ ถัดมา 2 นาที ทีมเยือนบวกสกอร์ที่สี่เพิ่มได้สำเร็จ จากจังหวะที่ วิลเลียน แทงทะลุช่องไปทางฝั่งขวาให้ ดิเอโก้ คอสต้า ตวัดเลียดเข้ากลางให้ ออสการ์ วิ่งมาตะบันด้วยขวาส่งบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสุดสวย เชลซีทิ้งห่างเป็น 4-0

ท้ายเกมในนาทีที่ 43 เชลซีน่าได้ประตูที่ 5 จริงๆ จากจังหวะที่ ดิเอโก้ คอสต้า แตะบอลหลบ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ไปได้แล้วแต่ไม่มีมุมยิง ก่อนเลี้ยงย้อนกลับมาจ่ายถวารพานให้ วิลเลียน ตะบันด้วยขวาโล่งๆชนคานเสียงดังสนั่น พลาดโอกาสได้ประตูไปถึงสองครั้งสองคาสำหรับปีกชาวบราซิเลี่ยน

เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นทีมเยือนที่เดินหน้าบุกอย่างเมามัน ทว่านาทีที่ 59 กลายเป็นสวอนซีที่มีได้จังหวะทักทายก่อนในช่วงครึ่งหลัง จากลูกที่ เนลสัน โอลิเวรา ลองส่องไกลด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณเกือบ 30 หลา บอลพุ่งผ่านเสาแรกออกไปไกลพอสมควร

นาทีที่ 71 เนมานยา มาติช ถ่ายบอลสั้นให้ เอเด็น อาซาร์ แต่งเข้าขวาก่อนสับไกลเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา ทิสทางบอลกำลังพุ่งจะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 79 ทีมเยือนมาได้ประตูปิดกล่อง จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ พาบอลมาทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดยัดไปในเขตโทษให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แตะหลุดไปสุดเส้นหลังก่อนปาดเลียดเข้ากลางให้ อังเดร ชูร์เล ชาร์จจ่อๆเข้าไป เชลซีทิ้งเป็น 5-0

จบเกม เชลซี บุกถล่ม สวอนซี ยับเยิน 5-0 รักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น โดยตอนนี้มีแต้มหนีห่างอันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็น 5 คะแนนเรียบร้อยแล้ว แต่ลงแข่งมากกว่า 1 นัดด้วยกัน