คุ้มค่าตั๋ว!แม็คก้าซัดชัยตำนานหงส์พลิกเฉือนดรีมทีมสุดมันส์ 4-3

เหล่าตำนานหงส์แดงเล่นได้สมกับแฟนบอลไทยรอคอยหลังเป็นฝ่ายพลิกเอาชนะช้างศึกชุดดรีมทีมสุดมันส์ 4-3 โดย แพทริค แบร์เกอร์ เป็นพระเอกยิง 2 จ่าย 1

ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 18.00 น. เป็นการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ "คันทรีกรุ๊ปไทยแลนด์แอนด์ลิเวอร์พูลมาสเตอร์ส ฟุตบอลทัวร์ 2014" ระหว่าง ทีมชาติไทยชุดดรีมทีม พบกับ เหล่าตำนานนักเตะลิเวอร์พูล โดยเล่นครึ่งละ 40 นาที
ทัพช้างศึกส่งผู้เล่นชุดดรีมลงสนามครบครั้นทั้งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลทีมชาติไทยอย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง , ธชตวัน ศรีปาน , ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล และ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ รวมถึงแบ็คซ้ายดาราเอเชีย ดุสิต เฉลิมแสน
ขณะที่ฝั่งหงส์แดงวาง เอมิล เฮสกีย์ ยืนค้ำแดนหน้าพร้อมด้วย ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ , สตีฟ แม็คมานามาน , แพทริค แบร์เกอร์ และผู้รักษาประตู เจอร์ซี่ ดูเด็ค ส่วน เอียน รัช ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมเป็นสำรอง
เริ่มเกมเป็นทีมชาติไทยที่ครองบอลได้เหนือกว่าแต่นาทีที่ 6 เป็นลิเวอร์พูลที่ลองทักทายก่อนจากจังหวะที่ แพทริค แบร์เกอร์ ซัดนอกเขตโทษเข้ามือ วิรัช วังจันทร์
ทว่าถัดมาไม่ถึงหนึ่งนาทีทีมชาติไทยเกือบได้ประตูออกนำเมื่อ เทิดศักดิ์ ใจมั่น แทงบอลตัดหลังแนวรับให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หลุดเข้าเขตโทษแล้วแตะหลบ เจอร์ซี่ ดูเด็ค ก่อนจะยิงไปติดเซฟจังหวะสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 11 ลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะผสานงานกันในเกมรุกเมื่อ เอมิล เฮสกีย์ ลากบอลมาทางฝั่งขวาก่อนไหลเข้ากลางให้ สตีฟ แม็คมานามาน แล้วจ่ายออกซ้ายให้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ วิ่งมาซัดไม่ตรงกรอบ
และนาทีที่ 16 ยังเป็นลิเวอร์พูลที่ได้ลุ้นต่อเนื่องจากจังหวะที่ แพทริค แบร์เกอร์ ทำชิ่งหน้าเขตโทษกับ เอมิล เฮสกีย์ ก่อนได้กดด้วยซ้ายข้ามคานไปอย่างหวุดหวิด
นาทีที่ 20 ลิเวอร์พูลที่สร้างสรรค์เกมบุกได้ดีกว่ามาชวดได้ประตูออกนำอย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ เอมิล เฮสกีย์ หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจ่ายถวายพานให้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ล็อคหนึ่งจังหวะแล้วยิงชนคานแบบน่าเสียดาย
กระทั่งนาทีที่ 25 ประตูที่แฟนบอลลิเวอร์พูลรอคอยก็มาถึงเมื่อ เอมิล เฮสกีย์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนตวัดกลับมาให้ แพทริค แบร์เกอร์ วิ่งมาซัดเสียบเสาสองเข้าไปให้ทีมออกนำ 1-0 ก่อนที่ทีมชาติไทยจะถอด พัฒนพงศ์ ศรีปราโมช ออกแล้วส่ง อำนาจ แก้วเขียว ลงเล่นแทน
และนาทีที่ 28 ทีมชาติไทยก็มาพังประตูตีเสมอได้ทันควันเป็น 1-1 จากจังหวะที่ สุธี สุขสมกิจ ไหลออกซ้ายให้ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่วิ่งออกหลังมายิงผ่านมือ เจอร์ซี ดูเด็ค เข้าไปก่อนจะถอด สุรชัย จิระศิริโชติ แล้วส่ง โกวิทย์ ฝอยทอง ลงเล่นแทน
ก่อนที่นาทีที่ 36 ทีมชาติไทยจะมาพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 เมื่อ เทิดศักดิ์ ใจมั่น หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะรอจังหวะแล้วไหลให้ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ วิ่งมาชิพเข้าไปแบบเหนือชั้นเป็นประตูที่สองของตัวเองก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับสู่ครึ่งหลังทีมชาติไทยส่ง ชูเกียรติธน ยศภัทร์หนูสลุง ลงมาแทน ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูลเช่นเดียวกับลิเวอร์พูลที่ส่ง แยน ครอมแคมป์ ลงมาแทน เดวิด ธอมป์สัน
และนาทีที่ 41 ลิเวอร์พูลหวิดได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เอมิล เฮสกีย์ ได้ยิงติดเซฟ วิรัช วังจันทร์ ก่อนที่นาทีที่ 53 จะมาได้ประตูตีเสมอเป็น 2-2 เมื่อ เอมิล เฮสกีย์ ไหลให้ แพทริค แบร์เกอร์ วิ่งมาซัดบอลแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตูไป
จากนั้นทีมชาติไทยถอด สุธี สุขสมกิจ ออกแล้วส่ง อภิสิทธิ์ ไข่แก้ว ลงเล่นแทนรวมถึงถอด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ออกและส่ง ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ ลงเล่นแทน
อย่างไรก็ตามนาทีที่ 59 สถานการณ์ทีมชาติไทยก็ตกเป็นรองอีกครั้งเมื่อ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ลุกมาสังหารจุดโทษเองไม่พลาดให้ลิเวอร์พูลทะยานนำ 3-2 แต่ถัดมาไม่นานนาทีที่ 62 เทิดศักดิ์ ใจมั่น ก็มายิงตีเสมอให้ช้างศึกเป็น 3-3
ก่อนที่นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูลก็พลิกออกนำอีกครั้งเป็น 4-3 จากจังหวะที่ สตีฟ แม็คมานามาน ตามซ้ำลูกยิงของ แพริค แบร์เกอร์ เข้าไปและอีกสิ่งที่แฟนบอลไทยรอคอยก็มาถึงเมื่อ เพชฌฆาตหน้าติดหนวด เอียน รัช ถูกส่งลงมาโชว์เพลงแข้งแทนที่ จิมมี คาร์เตอร์
เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกมเป็นตำนานลิเวอร์พูลที่พลิกเอาชนะดรีมทีมไปอย่างสุดมันส์ 4-3 คว้าแชมป์คันทรีกรุ๊ปไทยแลนด์แอนด์ลิเวอร์พูลมาสเตอร์ส ฟุตบอลทัวร์ 2014 ไปครอง
รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม
ทีมชาติไทยชุดดรีมทีม : วิรัช วังจันทร์ (GK) - พัฒนพงศ์ ศรีปราโมช (อำนาจ แก้วเขียว) ,สุรชัย จิระศิริโชติ (โกวิทย์ ฝอยทอง) ,ทนงศักดิ์ ประจักกะตา ,ดุสิต เฉลิมแสน – สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ,ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล (ชูเกียรติธน ยศภัทร์หนูสลุง),ธชตวัน ศรีปาน,เทิดศักดิ์ ใจมั่น – สุธี สุขสมกิจ (อภิสิทธิ์ ไข่แก้ว) ,เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ตำนานลิเวอร์พูล : เจอร์ซี ดูเด็ค (GK) - จิมมี คาร์เตอร์, สเตฟาน อองโชซ์, บิยอร์น ทอร์เร ควาร์เม, ฟิล บ๊าบบ์ - เดวิด ธอมป์สัน, ยารี ลิตมาเนน, สตีฟ แม็คมานามาน, แพทริค แบร์เกอร์ - ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, เอมิล เฮสกีย์