คูตินโญกดชัยทดเจ็บ! หงส์เกือบไปบุกแซงเฉือนโบลตันสิบคนหืดจับ 2-1

แม้จะโดนนำไปก่อน แต่อดีตแชมป์ 7 สมัยก็สามารถรัวสองลูกในช่วง 4 นาทีสุดท้ายพลิกกลับมาเอาชนะเดอะ ทร็อตเตอร์หวุดหวิด กรุยทางสู่รอบ 5 ไปพบกับคริสตัล พาเลซ

นีล เลนนอน กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ ชวดใช้งาน เอมิล เฮสกีย์ หอกจอมเก๋าลงดวลกับทีมเก่าอย่างน่าเสียดาย ส่วนตัวหลักคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำโดยสามประสานในแนวรุกอย่าง แซค คลัฟ, แม็ทธิว มิลล์ และ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซน อดีดดาวยิงเชลซี ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมลีกนัดก่อนที่เปิดบ้านชนะเวสต์แฮม 2-0 เพียงสองรายเท่านั้นคือกปัตันทีม สตีเวน เจอร์ราร์ด และ โจ อัลเลน ที่ได้อโอกาสลงคุมเกมในแดนกลางแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ลูคัส เลวา เกมใน 45 นาทีแรก เป็นลิเวอร์พูลที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับโบลตันเข้าไปหาโอกาสลุ้นยิงประตูแบบจะแจ้งได้เลย ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ที่ 0-0 ครึ่งหลังเกมก็ยังเป็นฝั่งหงส์แดงที่พับสนามบุกหนัก แต่แล้วในนาทีที่ 59 กลับเป็นฝั่งโบลตันที่มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ คลัฟ โดน มาร์ติน สเคอร์เทล เตะล้มลงในกรอบ 18 หลา ก่อนจะเป็น กุ๊ดยอห์นเซน รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ส่งให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 แต่ถัดมาเพียง 7 นาทีเท่านั้น ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพกลับต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ นีล แดนน์ส มาโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น ยิ่งทำให้ทีมเยือนโหมบุกหนักยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่งมาตีเสมอได้สำเร็จ ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 จากจังหวะที่ เอ็มเร ชาน บรรจงหยอดบอลข้ามแนวรับโบลตันเข้าเขตโทษให้ สเตอร์ลิง แปด้วยซ้ายทันทีโดยไม่รอให้บอลตกพื้น ส่งบอลเข้าสุ่ก้นตาข่าย ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 เกมทำท่าว่าจะต้องต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาทีอยู่แล้ว แต่ในช่วงทดเจ็บนาทีแรก ลิเวอร์พูล มาได้ประตูชัยแบบเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน ตัวสำรอง ไหลบอลให้ คูตินโญ ปั่นด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา บอลโค้งเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้จบเกมเป็นลิเวอร์พูลที่พลิกแซงชนะได้หวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 5 ในศึกเอฟเอคัพไปพบกับ คริสตัล พาเลซ ต่อไป