กิเลนแพ้คาบ้าน! ช้างศึก 10 คนบุกยำ 5-2 มาริโอพลาดโทษ

เอสซีจี เมืองทอง เสียท่าพ่ายแพ้คาบ้านเมื่อถูกสุพรรณบุรี เอฟซี ที่เหลือ10คนช่วงท้ายงัดฟอร์มเก่งบุกมาถล่มถึง 5-2 โดย บียอร์น ลินเดมันน์ ซัด 2 ประตู และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ พลาดจุดโทษ

การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014 นัดที่ 11 ที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 11 ของตาราง

เจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จัดทัพผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย เจย์ โบธรอยด์ ดาวยิงชาวอังกฤษ ที่ยิงประตูไปแล้ว 6 ลูก พร้อมด้วย วุฒิชัย ทาทอง กองหน้า ที่จะได้เจอกับทีมเก่าอีกครั้ง ขณะที่แผงกองกลาง มี มาริโอ ยูรอฟสกี้ มิดฟิลด์คนสำคัญ เป็นตัวสร้างสรรค์เกม พร้อมด้วย 2 ผู้เล่นอย่าง ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีม และ อีริค พาทาลู เป็นตัวคุมเกม ส่วนแนวรับมี คิม ดอง จิน ยืนคุมหลังคู่กับ ทศพล ลาเทศ ส่วน "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา มีชื่อเป็นแค่ตัวสำรองในเกมนี

ทีมเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี มี 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ภานุพงศ์ วงศ์ษา กองหลังกัปตันทีม กับ จักรพันธ์ พรใส ที่ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง ขณะที่แดนกลางมี บิยอร์น ลินเดมันน์ สร้างสรรค์เกม โดยมี ดิยุฟ บิรัม เป็นตัวจบสกอร์

เข้าสู่ครึ่งแรก เกมดำเนินไปได้เพียงแค่นาทีเศษ หลุยส์ คาร์ลอส เฟอร์นานเดส กองหน้าทีมเยือน ได้ลองยิงไกลระยะ 30 หลา แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ปัดบอลไว้ได้ทัน

น.12 เจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะการเปิดมุมของ ดัสกร ทองเหลา แต่ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ยังกระโดดปัดบอลเอาไว้ได้ อีก 3 นาทีต่อมา มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟได้อีกครั้ง

น.17 สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด แบ็คซ้ายของทีม เปิดบอลจากสุดเส้นหลัง แต่ คิม ดอง จิน กองหลังเจ้าถิ่น โหม่งสกัดบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด

น.25 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 1-0 จากจังหวะที่ ดัสกร ทองเหลา ได้ยิงด้วยขวาเต็มข้อหน้าเขตโทษ บอลแฉลบโดน ภานุพงศ์ วงศ์ษา เปลี่ยนทางเข้าประตูไป อย่างไรก็ดี

น.31 สุพรรณบุรี เอฟซี มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากการปั่นบอลด้วยขวาของ จักรพันธ์ พรใส บอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม และเป็นการยิงประตูทีมเก่าของเจ้าตัวในเกมนี้

น.41 เจย์ โบธรอยด์ กองหน้าชาวอังกฤษของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ยิงไกลด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งออกไป แต่อีก 2 นาทีต่อมา กลับเป็นทีมเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี ที่มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จากจังหวะการยิงด้วยซ้ายของ บียอร์น ลินเดมันน์ บอลตกพื้นหนึ่งจังหวะ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จับจังหวะพลาด ก่อนบอลพุ่งเข้าประตูไป หมดครึ่งแรก สุพรรณบุรี เอฟซี ขึ้นนำอยู่ 2-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำการเปลี่ยนผู้เล่นรายแรก ด้วยการส่ง ศราวุฒิ มาสุข ลงมาเล่นแทน วุฒิชัย ทาทอง

น.48 มาริโอ ยูรอฟสกี้ มิดฟิลด์เจ้าถิ่น ได้ปั่นฟรีคิกด้วยซ้าย แต่บอลเฉียดเสาออกไปนิดเดียว อีก 4 นาทีต่อมา สุพรรณบุรี เอฟซี มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 3-1 จากการยิงด้วยขวาของ หลุยส์ คาร์ลอส เฟอร์นานเดส บอลพุ่งเลียดเสียบเสาแรกเข้าไป

น.57 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้เล่นคนที่ 2 ด้วยการส่ง ธีรศิลป์ แดงดา ลงมาเล่นแทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แต่อีก 2 นาทีต่อมา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ตวัดบอลไปโดนแขนของ มิก้า ชูนวลศรี ผู้ตัดสินให้เป็นลูกจุดโทษทันที แต่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ยิงจุดโทษพลาด ไปติดเซฟของ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ปัดบอลไว้ได้

น.61 อีริค พาร์ทาลู ได้โหม่งบอลจ่อๆในเขตโทษ จากลูกเตะมุม แต่ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ปัดบอลไปได้แบบหวุดหวิด

น.74 "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ประตูหนีห่างไปเป็น 4-1 จากการยิงด้วยซ้ายของ บียอร์น ลินเดมันน์ มิดฟิลด์ชาวเยอรมัน บอลเข้าประตูไป

แต่ อีก 3 นาทีต่อมา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาได้ประตูไล่มาเป็น 2-4 จากจังหวะที่ ดัสกร ทองเหลา เปิดลูกฟรีคิก และเป็น ธีรศิลป์ แดงดา ที่โหม่งบอลเข้าประตูไป

น.83 สุพรรณต้องมาเหลือ 10 คนจากจังหวะที่ เจย์ โบธรอยด์ กระชากหน้ากรอบเขตโทษก่อนโดน ป รัช ญ์ สมัครราษฎร์ กองหลังตัวสำรองที่ลงมาแทน มิก้า เกี่ยวล้มผู้ตัดสินให้ใบแดง

น.87 แม้จะเหลือตัวน้อยกว่าแต่ สุพรรณ มาได้ประตูที่ 5 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต คัลเลน ปั่นบอลด้วยขวาเข้าประตูไปอย่างสวยงามจบเกม สุพรรณบุรี บุกมาชนะ เอสซีจี เมืองทอง 5-2