กินบุญเก่า! ชุดขาวโดนบลูราชันบุกดับคาถิ่น 3-4 (5-4) แต่ยังลิ่ว 8 ทีมUCL

ทัพราชันสีน้ำเงินสู้สุดใจบุกชนะทีมแชมป์เก่าได้ถึงเบร์นาเบว 4-3 แต่กลับไม่เพียงต่อการผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อรวมผลสองนัดพ่ายโลส บลังโกสไปแบบเจ็บช้ำ 5-4

คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าบ้าน เลือกปรับทัพนักเตะจากเกมก่อนที่บุกไปพ่ายแอธเลติก บิลเบาในลาลีกา 0-1 เพียง 3 ราย โดยเป็นผู้เล่นในแนวรับทั้งหมด ได้แก่ ฟาบิโอ โคเอนเตรา, อัลบาโร อาร์เบลัว และ ซามี เคดิรา ที่ได้โอกาสลงเล่นแทน มาร์เซโล, ดาเนียล การ์บาคัล แะล อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ ส่วนแนวรุกยังเป็นหน้าเดิมทั้งหมด

ด้านทีมเยือนของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ได้ โยเอล มาติป กองหลังตัวหลักตัวหลักชาวแคเมอรูนกลับมายืนคุมแนวรับแทน คาน อายฮาน ส่วนแข้งรายอื่นๆยังเป็น 11 คนแรกชุดเปิดบ้านชนะฮอฟเฟนไฮม์ 3-1 ในบุนเดสลีกานัดล่าสุดทั้งหมด นำโดยสองคู่หูในแดนหน้าอย่าง เอริค มักซิม ชูโป โมติง และ คลาส แยน ฮุนเตลาร์

เริ่มครึ่งแรกมาได้ 20 นาที เหล่ามาดรินิสต้าในเบร์นาเบวกลับต้องเงียบกริบ เมื่อเป็นชาลเก้ที่บุกมาขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ทรานควินโย บาร์เน็ตต้า ได้บอลทางกราบขวาก่อนจะเลือกเปิดเข้ากลาง บอลทะลักไปเสาสองมาเข้าทาง คริสเตียน ฟุชส์ แต่งหนึ่งทีก่อนจะกดด้วยซ้ายเต็มข้อจน อิเกร์ กาซิยาส หยุดความแรงของลูกไม่อยู่ ทำให้บอลปลิ้นเข้าประตูไป ทำให้บลูราชันออกนำ 1-0 รวมสองนัดไล่มาเป็น 1-2

แต่ถัดมาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น มาดริดก็มาตีเสมอได้แบบทันควัน จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ โทนี โครส เปิดให้ คริสเตียโน โรนัลโด เทกตัวขึ้นโขกเต็มศีรษะเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้ราชนัชุดขาวตีเสมอเป็น 1-1 รวมผลสองนัดออกนำเป็น 3-1

จากนั้นในช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 ทีมเยือนมาพังประตูขึ้นนำได้อีกครั้ง จากจังหวะที่ โรมัน นอยสต๊าดเตอร์ ชิพบอลจากฝั่งขวาให้ ฟุชส์ ทิ้งตัวดีดต่อให้ มักซ์ เมเยอร์ ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ กาซิยาส มาเข้าทาง ฮุนเตลาร์ ตามซ้ำดาบสองจ่อๆเข้าไป ช่วยให้ชาลเก้นำ 2-1 รวมสองนัดไล่มาเป็น 2-3

เกมใน 45 นาทีแรก ทำท่าว่าจะจบด้วยการออกนำของทัพบลูราชันอยู่แล้ว แต่ในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ โลส บลังโกสก็มาตีเสมอได้อีกหน จากการทำเกมทางกราบซ้าย และเป็น อิสโก้ ที่ไหลขนานเส้นให้ โคเอนเตรา โยนโด่งเข้าเขตโทษให้ โรนัลโด ขึ้นโหม่งแบบไร้ตัวประกบเข้าไป ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกัน 2-2 รวมผลสองนัดทีมแชมป์เก่านำอยู่ 4-2

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังได้เพียง 7 นาที เจ้าบ้านสามารถทำประตูขึ้นนำเป็นครั้งแรกในเกมนี้จนได้ จากจังหวะที่ คาริม เบนเซมา รับบอลมาจาก โคเอนเตรา ก่อนจะใช้ความสามารถเฉพาะตัว ค่อยๆเลี้ยงเลาะแนวรับทีมเยือนเข้าไปตรงกลาง ก่อนจะยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างเฉียบคม ส่งให้มาดริดนำ 3-2 รวมผลสองนัดหนีห่างเป็น 5-2

แต่ชาลเก้ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อมาตีเสมอได้สำเร็จ ในนาทีที่ 57 จากจังหวะที่ ฟุชส์ ได้บอลทางฝั่งขวา ก่อนจะแปะต่อให้ เลรอย ซาเน ตัวสำรองซึ่งลงมาแทน ชูโป โมติง ในช่วงกลางครึ่งแรก เกี่ยวเข้าซ้ายข้างถนัดก่อนจะตัดสินใจปั่นโค้งส่งบอลเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ชนิดที่ กาวิยาส ได้แต่ใช้สายตาป้องกัน ทำให้บลูราชันตีเสมอเป็น 3-3 รวมผลสองนัดไล่มาเป็น 3-5

จากนั้นช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 ทีมเยือนยังสู้สุดใจ บวกลูกสี่เพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ ซาเน กระชากบอลมาจากกลางสนาม ก่อนจะโดน ลูก้า โมดริช ตัวสำรองของราชันชุดขาวซึ่งมาแทน เคดิรา ในช่วงกลางครึ่งหลัง จิ้มทำลายจังหวะ ก่อนบอลจะไหลมาเข้าทาง ฮุนเตลาร์ ลากหลุดเดี่ยวไปซัดด้วยขวาแสกหน้า กาซิยาส เช็ดคานอย่างเด็ดขาด ทำให้ชาลเก้ขึ้นนำในเกมนี้อีกครา 4-3 รวมผลสองนัดไล่มาเป็น 4-5

ช่วงเวลาที่เหลือเป็นบลุราชันที่พับสนามบุกหนัก เพื่อหวังยิงเพิ่มอีกลูกเดียวและพลิกเข้ารอบด้วยกฎอเวย์โกล แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้สุดท้ายจบเกมในนัดนี้เป็นชาลเก้ 04 ที่ชนะไป 4-3 แต่รวมผลสองนัดเป็นเรอัล มาดริดกินบุญเก่าจากเกมแรก ชนะไปด้วยประตูรวม 5-4 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเลือดตาแทบกระเด็น

Topics