กลับมาแล้ว! สเตอร์ริดจ์ควงสเตอร์ลิงซัดคนละตุงหงส์เปิดรังจิกขุนค้อน 2-0

กลับมาลงสนามนัดแรกก็ทำประตูได้เลยสำหรับศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษที่ควงปีกตัวจี๊ดเพื่อนร่วมทีมซัดคนละตุงช่วยให้หงส์แดงเปิดรังแอนด์ฟิลด์เอาชนะทัพขุนค้อนไปได้ 2-0 แซงขึ้นที่ 7

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าบ้านตัดสินใจจัดทัพมาในระบ 3-4-3 เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากนัดก่อนที่บุกไปแพ้ เชลซี 1-0 ในเกมลีกคัพรอบตัดเชือกแค่ตำแหน่งเดียว โดยเป็น อดัม ลัลลานา ที่ได้รับโอกาสลงสนามแทน สตีเวน เจอร์ราร์ด ขณะที่ศูนย์หน้าตัวความหวังอย่าง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ มีชื่อนั่งเป็นตัวสำรองครั้งแรกหลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่ปีที่แล้ว

มาที่ฝั่งทีมเยือนของ แซม อัลลาร์ไดซ กันบ้าง เกมนี้ทัพขุนค้อนจัดทีมชุดใหญ่ในรูปแบบ 4-1-2-1-2 นำโดย แอนดี้ แคร์โรลล์ จับคู่ร่วมกับ เอนเนอร์ วาเลนเซีย ในแดนหน้า โดยมีสจ๊วร์ต ดาวนิง, มอร์แกน อมัลฟิตาโน และเควิน โนแลน ทำเกมรุกในแดนกลาง พร้อมกับอเล็กซ์ ซง ที่รับหน้าที่ปัดกวางตัดบอลหน้าแผงหลัง

เริ่มเกมมาได้ 5 นาที เป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ได้ลุ้นขึ้นก่อนจากจังหวะสวนกลับ อดัม ลัลลานา พาบอลขึ้นมาให้ ราฮิม สเตอร์ลิงที่ยืนหาช่องตรงกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่หาจังหวะยิงไม่ได้จึงตัดสินใจไหลไปให้ ลาซาร์ มาร์โควิช ที่ยืนโล่งอยู่บริเวณหัวกะโหลกซัดเรียดไปติดบล็อคของกองหลังทัพขุนค้อน บอลกระเด้งมาเข้าทางเจ้าตัวอีกที แต่คราวนี้ซัดไม่ดีออกหลังไปเลย

นาทีที่ 16 เวสต์แฮมฯ ได้โอกาสลุ้นครั้งแรก จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 22 หลา เป็นวาเลนเซียที่รับหน้าปั่นบอล น้ำหนักได้แล้วแต่วิถีของลูกยังไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้บอลพุ่งแรงไปติดกำแพงของทีมเจ้าบ้าน และเคลียร์เอาไว้ได้

ต่อมาอีกแค่ 2 นาที ทีมเจ้าบ้านก็ได้โอกาสจากลูกสวนกลับเร็วอีก คราวนี้เป็นสเตอร์ลิงที่ฉกบอลจากเท้าของแนวรับขุนค้อนไว้ได้ จากนั้นจ่ายต่อไปให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันที่วิ่งเข้าแปจังหวะเดียวแต่บอลไปติดเซฟผู้รักษาประตูทีมเยือนที่ยังยืนตำแหน่งได้ดี

นาทีที่ 33 เป็นทีมเยือนที่ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย ดาวนิงเป็นคนโยนเข้ามาให้เจมส์ คอลลินส์ โหม่งชงต่อไปให้แคร์โรลล์โขกตรงกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือของซิมง มินโญเลต์

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทองขึ้นนำจากจังหวะความผิดพลาดของ ดาวนิง ที่ผ่านบอลคืนหลังไม่ดีและเป็น มาร์โควิช ที่วิ่งแทรกตัวมาฉกบอลไว้ได้และหลุดไปดวลเดี่ยวระยะเผาขนกับผู้รักษาประตู แต่สุดท้ายยังไม่นิ่วพอทำให้ยิงออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย หมดเวลายังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

เริ่มเกมในครึ่งหลังได้แค่ 5 นาที ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้ เริ่มจากอัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ส่งสั้นให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ รับบอลแล้วพลิกหนึ่งจังหวะก่อนจ่ายทะลุช่องให้ สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้า แปบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ส่งทีมเจ้าบ้านออกนำก่อน 1-0

นาทีที่ 63 เวสต์แฮมฯ ได้โอกาสตีเสมอจากจังหวะที่ วาเลนเซีย เลี้ยงบอลหลุดตัวประกบแล้วซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่บอลยังพุ่งไปตรงตัวนายด่านเจ้าบ้านที่ล้มต้วรับเอาไว้ได้ แต่อีกแค่ 4 นาทีต่อมา ทีมเจ้าบ้านก็เกือบนำห่างจากจังหวะยิงไกลของ เฮนเดอร์สัน ที่วิ่งเติมขึ้นมาซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งหลุดเสาสองทางซ้ายไปนิดเดียว ทำให้หลุดหลังออกไปชนิดได้ลุ้น

นาทีที่ 68 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ถูกส่งตัวลงสนามแทนลาซาร์ มาโควิช และเป็นการกลับมาลงสนามครั้งแรกของเจ้าตัวในรอบห้าเดือนเลยทีเดียว

GOAL!! นาทีที่ 78 ทีมเจ้าบ้านได้ประตูนำห่างแล้ว คราวนี้เป็น สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าที่เพิ่งกลับมาลงสนามครั้งแรกนับแต่ได้รับบาดเจ็บ รับบอลทะลุช่องจาก คูตินโญ ก่อนซัดด้วยเท้าขวาแม้จะไม่ถนัดแต่บอลยุ่งแรงสวนตัว อาเดรียน นายด่านทีมเยือน เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งให้ลิเวอร์พูลออกนำ 2-0

จากนั้นในช่วงเวลาที่เหลือทีมเจ้าบ้านยังขึงเกมบุกหวังทำประตูทิ้งห่างอีก แต่แนวรับของทีมเยือนยังไม่มีจังหวะผิดพลาดเท่าไหร่ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูลเอาชนะเวสต์แฮมฯ ไปได้ 2-0 แซงขึ้นอันดับ 7 ของตารางคะแนนเรียบร้อยแล้ว