กล้วยหอมจอมเซอร์ไพร์สพลิกเบียดอัซซูรี 1-0 ถีบสิงโตตกรอบ

ถือเป็นทีมที่สร้างความประหลาดใจในเวิลด์ คัพครั้งนี้ได้อย่างแท้จริงหลังเก็บชัยชนะเหนือทีมแชมป์โลกเมื่อปี 2006 ไปได้พร้อมคว้าสิทธิ์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นทีมแรกของกลุ่มดี

เซซาเร ปรันเดลลี ได้รับข่าวดีหลังจิอันลุยจิ บุฟฟอน กลับมาเฝ้าเสาได้แล้วในเกมนี ส่วนนักเตะรายอื่นยังคงได้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องทั้งมาริโอ บาโลเตลลีที่ได้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าอีกครั้ง ส่วนตรงกลาวเป็นอันเดรีย ปิร์โลเช่นเคย

ด้านฮอร์เก้ หลุยส์ ปินโต้ วันนี้มาเน้นรับเต็มที่หลังจัดทีมมาในระบบ 5-4-1 โดยให้โจเอล แคมป์เบลล์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงรายเดียวเท่านั้นในเกมนี้

ช่วงต้นเกมทั้งคู่ยังสู้กันได้อย่างสูสีและนาทีที่ 7 เป็นคอสตาริก้าที่มาได้ลุ้นก่อนจากลูกเตะมุมและเป็นโบลายอสที่เปิดเข้าไปให้บอร์เกสได้โขกแต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว

อิตาลีเริ่มเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าแต่แทบไม่สามารถหาจังหวะเจาะเข้าไปทำได้เลยและกว่าจะมาได้ลุ้นก็ต้องรอถึงนาทีที่ 27 จากจังหวะที่กองหลังของคอสตาริก้าสกัดมาเข้าทางม็อตต้าได้ยิงแต่บอลยังหลุดกรอบออกไป

และสี่นาทีต่อมาอิตาลีมาพลาดโอกาสได้ประตูออกนำไปอย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่ปิร์โลวางบอลอย่างแม่นยำให้บาโลเตลลีหลุดเดี่ยวไปกระกดข้ามตัวนาบาสแต่บอลไม่ตรงกรอบ

อัซซูรีเริ่มเดินหน้าบุกอย่างหนักและนาที 33 เป็นบาโลเตลลีอีกแล้วที่ได้วอลเลย์จากระยะ 18 หลาแบบเต็มข้อแต่นาบาสยังป้องกันไว้ได้

ขณะที่คอสตาริก้าก็มาได้ลุ้นเหมือนกันในนาที 36 และเป็นโบลายอสที่ได้ปั่นด้วยขวาบอลกำลังโค้งเสียบเสาอยู่แล้วแต่บุฟฟอนยังบินมาปัดออกไปได้อีก

ทั้งคู่ยังเปิดเกมเข้าใส่กันอย่างสนุกและในนาทีที่ 42 เป็นทีมกล้วยหอมที่มาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่รูอิซหยอดให้ดูอาร์เต้ได้โขกแต่บอลลอยไปตกบนตาข่าย

และนาทีที 44 คอสตาริก้าก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะที่จูเนียร์ ดิอาซเปิดเข้ามาให้รูอิซสอดมาโขกที่เสาสองบอลชนคานเข้าประตูไปช่วยให้กล้วยหอมเซอร์ไพร์สขึ้นนำไปก่อน 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมาเซซาเร ปรันเดลลี แก้เกมอย่างรวดเร็วด้วยการส่งอันโตนิโอ คาสซาโนลงมาเล่นแทนติอาโก้ ม็อตต้าพร้อมเปลี่ยนระบบการเล่นมาเป็น 4-4-2

และเริ่มครึ่งหลังมาแค่ 6 นาทีอิตาลีน่ามาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ดาร์เมียนได้ยิงด้วยขวาบอลกำลังมุดเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่นาบาสยังปัดออกหลังไปได้

และนาทีที่ 53 อัซซูรีที่ปูพรมถล่มมาได้ลุ้นตีเสมออีกครั้งและเป็นอันเดรีย ปิร์โลที่รับหน้าที่สังหารบอลฮุกพุ่งน่ากลัวแต่เคลเลอร์ นาบาสยังปัดออกไปได้และพอทำไม่ได้สักทีปรันเดลลีก็ส่งลอเรนโซ อินซิเญลงมาเล่นแทนอันโตนิโอ คานเดรวาที่หายไปจากเกม

นาทีที่ 62 อิตาลีมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่คาสซาโนลองยิงไกลแล้วบอลไปแฉลบดูอาร์เต้ แต่ยังไม่ใช่งานยากเกินไปสำหรับเคลเลอร์ นาบาส

พอยังทำประตูตีเสมอไม่ได้ปรันเดลลีก็ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการส่งอเลสซิโอ แซร์ซีลงมาเล่นแทนเคลาดิโอ มาร์คิซิโอในนาทีที่ 70

ช่วงเวลาที่เหลืออิตาลีแทบจะต่อเกมขึ้นมาไม่ได้เลยและไม่มีโอกาสลุ้นประตูเพิ่มก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นคอสตาริก้าที่พลิกล็อคเฉือนชนะไป 1-0 พร้อมผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้เป็นทีมแรกของกลุ่มนี้ พร้อมส่งให้ทีมชาติอังกฤษต้องตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

Topics