กองแช่งเฮ!! ซิสเซเบิ้ลพาสาลิกาสอนสิงห์สะกดคำว่าแพ้ 2-1

กลายเป็นของแสลงของเชลซีจริงๆ สำหรับดาวยิงชาวเซเนกัล เนื่องจากลงมาในช่วงครึ่งหลังและสามารถเหมาสองประตูพาทีมหยุดสถิติไร้พ่ายของคู่แข่งในฤดูกาลนี้ลงเรียบร้อยแล้ว

อลัน พาร์ดิว กุนซือคู่บุญของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ปรับทัพถึง 5 ตำแหน่่งจากเกมนัดที่แล้วที่บุกไปยันเสมอกับ เบิร์นลีย์ 1-1 โดยถอด ไมค์ วิลเลียมสัน, มัสซาดิโอ ไฮดารา, เมห์ดี้ อเบอิด, โยฮัน กรุฟฟอง และ ปาปิสส์ ซิสเซ ออกไปพักที่ม้านั่งสำรองแล้วจัดการส่ง สตีเฟน เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี, แจ็ค โคลแบ็ค, มุสซา ซิสโซโก้ และ เรมี กาเบลลา ลงทำหน้าที่แทน

ขณะที่ฝั่งผู้มาเยือนของกุนซือ โชเซ มูรินโญ เกมนี้ยังคงขนผู้เล่นหน้าเดิมๆมาอีกเช่นเคย นำทัพโดย ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ( ผู้รักษาประตู ), จอห์น เทอร์รี่ ( กัปตันทีม), เชสก์ ฟาเบรกาส, วิลเลียน, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์ และหน้าเป้าตัวเก่งอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า
เปิดฉากเกมได้เพียง 10 นาที ทีมเยือนเชลซีมาได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ ไหลขวางสนามให้ วิลเลี่ยน แต่งเข้าเท้าขวาก่อนกดเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลาส่งบอลพุ่งเฉี่ยวเสาแรกออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น
ถัดมาในนาทีที่ 18 เชลซีได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ โชว์ความสามารถเฉพาะตัวพลิกหนีผู้เล่นนิวคาสเซิลจากกลางสนามก่อนโซโล่เดี่ยวมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย และบรรจงปาดเข้ากลางถวายพานให้ วิลเลียน วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ช่วงท้ายเกมเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่เริมตั้งเกมของตัวเองได้ และเปิดเกมรุกเข้าใส่จ่าฝูงอย่างหนัก แต่จังหวะสุดท้ายยังคงขาดๆเกินๆ ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งคู่ยังคงเสมอกันอยู่ที่สกอร์ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง อลัน พาร์ดิว ปรับหมากทันที โดยถอด ร็อบ เอลเลียต ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บในช่วงท้ายครึ่งแรกออกและส่ง เจค อัลน์วิค นายด่านดาวรุ่งชาวอังกฤษลงเฝ้าเสาแทน

จากนั้นรูปเกมของฝั่งเจ้าถิ่นแทบผิดหูผิดตาไปจากครึ่งแรก หลังโหมบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก กระทั่งในนาทีที่ 57 พวกเขาก็มาทำประตูออกนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ มุสซา ซิสโซโก้ เปิดยัดจากกราบซ้ายเข้ามาในเขตโทษและเป็น แกรี่ เคฮิลล์ กองหลังเชลซีพยายามสกัดแต่ไม่สำเร็จส่งผลให้บอลหลุดไปเข้าทาง ปาปิสส์ ซิสเซ ตัวสำรองล้มตัวจิ้มด้วยขวาจากระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ นิวคาสเซิลขึ้นนำ 1-0

ทีมเยือนเชลซีพยายามเปิดเกมรุกอย่างหนักหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้เร็วที่สุด แต่แล้วนาทีที่ 78 กลับกลายเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่มาขยับสกอร์หนีห่าง จากจังหวะสวนกลับเร็วและเป็น แจ็ค โคลแบ็ค ลากจากกลางสนามก่อนแทงทะลุช่องให้ มุสซา ซิสโซโก้ ล้มตัวป้ายไปทางฝั่งขวาให้ ปาปิสส์ ซิสเซ เติมขึ้นมาแปด้วยซ้ายเน้นๆเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้นิวคาสเซิลหนีห่างเป็น 2-0

จากนั้นนาทีที่ 83 ดิดิเยร์ ดร็อกบา ดาวยิงจอมเก๋าตัวสำรองก็มาจุดประกายความหวังให้กับเชลซี หลังขึ้นโขกลูกเปิดจาก เชสก์ ฟาเบรกาส เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เชลซีตีไข่แตกเป็น 1-2

ท้ายเกมเชลซีพยายามเปิดเกมรุกเต็มสูบ โดยมีโอกาสได้ลุ้นประตูตีเสมอจาก ดิเอโก้ คอสต้า ทว่า เจค อัลน์วิค นายด่านดาวรุ่งชาวอังกฤษยังคงยอดเยี่ยมเช่นกันพุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

จบเกมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดเปิดบ้านเฉือนชนะเชลซี 2-1 หยุดสถิติไร้พ่ายของคู่แข่งในฤดูกาลนี้ลงเรียบร้อยแล้ว ทว่าสิงห์บลูยังคงนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยมีแต้มนำห่างอันดับสองอย่าง แมนชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 6 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ส่วนนิวฯขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7 ของตาราง