กองแช่งเงิบ! เชสก์กดชัยท้ายเกมพาสิงห์บูลบุกตะปบคิวพีอาร์หืด 0-1

สาวกปืน, ผี, เรือ หงายเงิบกันเป็นแถว เมื่ออดีตกับตันอาร์เซนอลสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงท้ายเกมให้สิงโตน้ำเงินครามบุกเก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้ยังนำรองจ่าฝูงอยู่ 7 คะแนนเท่าเดิม

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 32 ประจำวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2558 ณ สนามล็อฟตัส โร้ด ในศึก 'ลอนดอนดาร์บี้แมตซ์' ระหว่าง ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมโซนตกชั้น ก่อนเกมรั้งอันดับ 28 ของตาราง มีคะแนนตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 2 คะแนน เปิดบ้านรับมือ เชลซี จ่าฝูง

คริส แรมซีย์ กุนซือเจ้าถิ่น มีปัญหายามเล่นในบ้านหลังไร้ชัยชนะ 8 นัดติด แถมเป็นการแพ้เสีย 6 นัดอีกด้วย สำหรับเกมนี้ เฮ้ดโค้ชวัย 52 กะรัตตัดสินใจเปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมล่าสุด ที่บุกยันเสมอ แอสตัน วิลลา 3-3 เพียงรายเดียวเท่านั้น โดยถอด นิโก ครานชาร์ ออกไปพักที่ซุ้มม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง คาร์ล เฮนรี มิดฟิลด์จอมเก๋าชาวผู้ดีลงทำหน้าที่แทน

ด้านทีมเยือนของกุนซือ โชเซ มูรินโญ ปรับทัพ 2 รายจากเกมนัดก่อน ที่บุกเฉือนชนะ สโต๊ค ซิตี้ 2-1 โดยหน้าเป้าเลือกใช้บริการของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา แทน โลอิก เรมี ที่ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรองในเกมนี้ ขณะที่ ออสการ์ ถูกดร็อปอยู่ข้างสนามแล้วจัดการส่ง รามิเรส ลงเล่นแทน โดยขยับ เชสก์ ฟาเบรกาส ขึ้นมาทำเกมสนับสนุน ดร็อกบา ร่วมกับ เอเด็น อาซาร์ และ วิลเลียน

เริ่มเกมมาได้เพียง 7 นาที เป็นทีมเยือนที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากลูกที่ วิลเลียน เปิดจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษ บอลกลายเป็นดีโค้งชนเสาแรก ก่อนกองหลังเจ้าถิ่นจะรีบมาเคลียร์สกัดทิ้งออกไปได้ทัน

จากนั้นทั้งสองทีมพยายามเล่นกันอย่างรัดกุมจนแทบไม่มีจังหวะได้ลุ้นประตูเลยสักครั้ง กระทั่งก่อนหมดครึ่งแรกหนึ่งนาที เจ้าบ้านมาได้โอกาสลุ้นประตูแบบจะๆครั้งแรก จากจังหวะที่ สตีเวน คอลเกอร์ โยนยาวขึ้นหน้าให้ บ็อบบี้ ซาโมรา โหม่งชงออกไปทางซ้ายให้ ชาร์ลี ออสติน แต่งหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา ทว่า ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด จบครึ่งแรกเสมอกันอย่างจืดชืด 0-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลังรูปเกมยังไม่กระเตื้องขึ้น ทำให้ในนาทีที่ 56 กุนซือเดอะ แฮปปี้ วัน ตัดสินใจถอดตัวรับอย่าง รามิเรส ออกไปพักที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่งตัวรุกอย่าง ออสการ์ ลงเล่นแทน โดยถอย เชสก์ ฟาเบรกาส ลงไปคุมเกมร่วมกับ เนมานยา มาติช ตามเดิม

นาทีที่ 63 เจ้าบ้านน่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะที่ ชาร์ลี ออสติน ถ่ายออกไปทางริมเส้นฝั่งขวาให้ บ็อบบี้ ซาโมรา เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ แมตต์ ฟิลลิปส์ พลิกหลบกองหลังเชลซีก่อนตวัดยิงด้วยซ้ายเต็มข้อ ทว่า ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟอีกเช่นเคย ผวาปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ

แม้เชลซีจะเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายกลายเป็นเจ้าบ้านที่ทำได้ใกล้เคียงกว่าเยอะ และในนาทีที่ 81 คิวพีอาร์มีลุ้นอีกครั้ง จากลูกที่ ชาร์ลี ออสติน ได้ยิงในกรอบจังหวะแรกติดบล็อก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ก่อนซ้ำดาบสองก็ยังติดเซฟ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ อีกเช่นเคย

เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมออยู่แล้ว ทว่าช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 กลายเป็นเชลซีที่มาได้ประตูชัย จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ ทำชิ่งกับ ออสการ์ ในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนไหลถวายพานเข้ากลางให้ เชสก์ ฟาเบรกาส วิ่งมาแปด้วยขวา ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จบเกม เชลซี บุกเฉือน คิวพีอาร์ หวุดหวิด 1-0 ยังคงรั้งจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น โดยเก็บเพิ่มเป็น 73 คะแนน นำ อาร์เซนอล อันดับสองอยู่ 7 คะแนนเท่าเดิม ส่วน คิวพีอาร์ ยังต้องลั้นหนีตายต่อไปในอันดับที่ 18 ของตาราง