กองเชียร์แทบหลับ! ผีไม่ง่ายบุกเชือดโยวิลเหงื่อตก 2-0 ลิ่วรอบ 4 เอฟเอ

แม้จะโชว์ฟอร์มกันได้อย่างกระท่อนกระแท่น แต่ปีศาจแดงก็เอาตัวรอดผ่านเข้าสู่รอบ 4 ในศึกเอฟเอคัพได้สำเร็จ ด้วยสองประตูจาก เอร์เรรา และ ดิ มาเรีย

แกรี จอห์นสัน กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นทีมอันดับสุดท้ายของในตารางลีกวัน ณ เวลานี้ จัดทัพมาในระบบ 4-4-1-1 วาง คีฟเฟอร์ มัวร์ หอกดาวรุ่งวัย 20 ปีหอกตัวเป้าและความหวังในการเจาะตาข่ายปีศาจแดง โดยมี ไซมอน จิลเลตต์ คอยสนับสนุนในตำแหน่งหน้าต่ำ

ด้านผู้มาเยือนของ หลุยส์ ฟาน กัล เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเกมพรีเมียร์ลีกในนัดก่อน ที่บุกเสมอกับสโต๊ค ซิตี้ 1-1 ถึง 6 ราย ได้แก่ ไทเลอร์ แบล็คเกตต์, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, ราฟาเอล, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, อันเดร์ เอร์เรรา และ เจมส์ วิลสัน ที่โอกาสลงเป็นตัวจริงแทน จอนนี อีแวนส์, ฟิล โจนส์, แอชลีย์ ยัง, ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาต้า และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ตามลำดับ

เริ่มเกมมาเป็นยูไนเต็ดที่มีโอกาสทักทายก่อน ในนาทีที่ 14 จากจังหวะที่ วิลสัน ใช้ลำตัวพิงบังแนวรับโยวิลไม่ให้เข้าถึงบอล ก่อนจะจิ้มต่อให้ รูนีย์ เอี้ยวตัวปั่นด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลโค้งหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นทั้งสองทีมเกือบจะต้องเสียนักเตะตัวสำคัญของแต่ละฝ่ายไป ในนาทีที่ 20 จากจังหวะที่ แม็คแนร์ และ มัวร์ ขึ้นโหม่งแย่งลูกในเขตโทษแล้วศีรษะไปประสานกันอย่างจัง ทำเอานักเตะทั้งสองรายถึงกับหัวแตกเลือดอาบจนต้องไปปฐมพยาบาลเป็นการด่วน ก่อนที่จะกลับมาลงเล่นได้ตามปกติทั้งคู่

ถัดมานาทีที่ 31 ปีศาจแดงที่แม้เกมจะไม่ได้เหนือกว่ามากนัก มีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เอร์เรรา จ่ายตัดแนวรับเจ้าบ้านให้ วิลสัน หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจะสับไกด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไปตรงตัว เจ็ด สเตียร์ นายด่านโยวิลล้มตัวรับเข้าซองสบาย

หลังจากนั้นเกมเป็นไปอย่างตะกุกตะกัก ทีมเยือนที่แม้ชื่อชั้นจะเหนือกว่าเจ้าบ้าน แต่ก็ยังไม่สามารถต่อเกมเข้าไปหาโอกาสทำทำประตูแบบจะแจ้งได้เลย ทำให้จบ 45 นาทีแรกไปอย่างจืดชืดแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังยูไนเต็ดตัดสินใจแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวสำรอง 2 คนรวด ส่ง อีแวนส์ และ ฆวน มาต้า ลงมาแทน ลุค ชอว์ และ ราฟาเอล พร้อมกับปรับระบบมาเล่น 4-4-2 โดยโยก แบล็คเกตต์ กับ แม็คแนร์ ไปเล่นเป็นแบ็คซ้ายและขวาตามลำดับ แล้วใช้ สมอลลิง กับ อีแวนส์ จับคู่กันเป็นปราการหลังตัวกลาง

ต่อมานาทีที่ 55 โยวิล พลาดโอกาสในการยิงออกนำปีศาจแดงไปอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ อีแวนส์ โหม่งสะกัดพลาดไปเข้าทาง มัวร์ ได้แปเหน่งๆ ระยะไม่กี่หลาด้วยขวา แต่กลับยิงโดนบอลไม่เต็มเท้า ทำให้บอลค่อยๆไหลไปเข้าซอง เด เฮอา รับติดมือแบบสบายๆ

จากนั้นเกมรุกของทีมเยือนยังเป็นไปอย่างติดๆขัดๆ ทำให้ ฟาน กัล ต้องแก้เกมอีกครั้งด้วยการส่ง อังเคล ดิ มาเรีย ที่เพิ่งจะสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาฟิตสมบูรณ์ลงมาแทน ฟัลเกา ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก ในนาทีที่ 60

แต่แล้วในนาทีที่ 64 ยูไนเต็ดก็มาพังประตูขึ้นจนได้ จากจังหวะที่ เฟล็ทเชอร์ จ่ายบอลไปติด จิลเลตต์ มาเข้าทาง เอร์เรรา กลับตัวยิงด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม พร้อมกับช่วยให้อดีตแชมป์รายการนี้ 11 สมัยบุกมานำ 1-0

ถัดมาอีก 5 นาที ปีศาจแดงเกือบจะบวกลูกที่สองเพิ่มได้อีก จากลูกปั่นฟรีคิกด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษของ รูนีย์ แต่บอลก็โค้งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายเกม ทีมเยือนมาได้ประตูปิดกล่อง ในนาทีสุดท้าย จากเกมสวนกลับเร็ว และเป็น รูนีย์ ที่วางบอลยาวจากแดนตัวเองให้ ดิ มาเรีย หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพบอลด้วยซ้ายข้างถนัดข้ามตัวนายด่านโยวิลอย่าง สเตียร์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้จบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่บุกมาเอาชนะไปได้ 2-0 กรุยทางผ่านเข้าสู่รอบ 4 ของศึกเอฟเอคัพต่อไป