ก้องโดนฐานหยามผู้ตัดสิน! เผยบทลงโทษผลพิจารณาวินัยมารยาทประจำสัปดาห์ที่ 22

ผลพิจารณาการลงโทษคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทเคาะผลประชุม ลงโทษแบนปรับหลายทีมในศึกไทยลีกสัปดาห์ 22

สรุปผลการพิจารณาการลงโทษคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมการเลือกตั้ง อาคารบี ศูนย์ราชการฯ

ศึกโตโยต้าไทยลีก

สโมสรโอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ เอฟซี กับ สโมสรชลบุรี เอฟซี

เหตุการณ์
 
ในนาทีที่ 90+3 นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้ออกนอกเขตเทคนิค เดินมาหาผู้ตัดสินที่ 4 และ หลังจบการแข่งขัน ผู้เล่นหมายเลข 4 นาย

เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้พูดจาไม่เหมาะสม และพร้อมทำสัญลักษณ์ของการรับเงิน ในระหว่างเดินทางเข้าห้องผู้ตัดสิน และมีการขัดขวางก่อนเข้าห้องพักผู้ตัดสิน นอกจากนี้นายจักรพันธ์ ปั่นปี ได้เข้ามาต่อว่าผู้ตัดสิน

ผลการพิจารณา
 
1.ผู้เล่นหมายเลข 4 นายเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้พูดต่อผู้ตัดสินในลักษณะ เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยามผู้ตัดสิน โดยมีพยานหลักฐานปรากฎชัดตามรายงานของผู้ตัดสินซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำได้รายงานมาด้วยตนเอง มีความผิดตามข้อ 1.9 ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยามหรือการเหยียดผิวหรือเชื้อชาติต่อเจ้าหน้าที่ทีม หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน หรือนักกีฬา หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง  ทั้งภาษากายหรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้ทั้งภายในและภายนอกสนามแข่งขัน  พิจารณาห้ามลงแข่งขันครั้งต่อไป 1 นัดและปรับเงิน 20,000 บาท 

 
2 .นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้เข้ามาต่อว่าผู้ตัดสิน เห็นว่าเป็นการด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันด้วยถ้อยคำหยาบคาย มีพยานหลักฐานเป็นรายงานของผู้ตัดสินอย่างชัดเจน  มีความผิดตามข้อ 2.7 ด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน นักกีฬา  เจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย  หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาตินักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ หรือกองเชียรทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง  ทั้งภาษากาย หรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้  พิจารณาห้ามลงทำหน้าที่ครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท

สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กับ สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี 

เหตุการณ์
 
ในนาทีที่ 38 ผู้เล่นหมายเลข 35 Mr. MARVIN OLALEKAN OGUNJIMI สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ถูกเปลี่ยนตัวออก จึงไม่พอใจเจ้าหน้าที่ทีม ได้แสดงกิริยาโดยการขว้างขวดน้ำลงพื้น

ผลการพิจารณา
 
ผู้เล่นหมายเลข 35 Mr. MARVIN OLALEKAN OGUNJIMI สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี  มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.8  แสดงกริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน ผู้เล่น เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน เช่น การเตะขวดน้ำ หรือกระทำการยั่วยุอันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสนามแข่งขันได้  เป็นต้น พิจารณาปรับเงิน 10,000 บาท หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ   

สโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด กับ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี 

เหตุการณ์
 
ในนาทีที่ 80 นายจักรพรรณ แก้วสังข์ทอง เจ้าหน้าที่ล่ามสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ได้เตะฟุตบอลเข้าไปในสนาม จึงเกิดการชะลอการเริ่มเล่น ผู้ตัดสินได้เชิญ นายจักรพรรณ แก้วสังข์ทอง เจ้าหน้าที่ล่ามสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ออกจากที่นั่งผู้เล่นสำรอง

ผลการพิจารณา
 
นายจักรพรรณ แก้วสังข์ทอง เจ้าหน้าที่ล่ามสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.3 เจ้าหน้าที่ทีมคนใดถูกผู้ตัดสินเชิญให้ออกไปจากที่นั่งผู้เล่นสำรองต้องพักการทำหน้าที่ 1 นัด  

สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ สโมสรฟุตบอลราชนาวี 

เหตุการณ์
 
นายสันติ ไชยเผือก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เตะขวดน้ำ วิ่งลงมาต่อว่าผู้ตัดสิน ด้วยคำหยาบคายและ ปรบมือเป็นการเยาะเย้ยถากถาง

ผลการพิจารณา
 
นายสันติ ไชยเผือก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นความผิดตาม ข้อ 2.7 กรณีด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน นักกีฬา  เจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย  หรือเยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือ แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ เช่น การเหยียดผิวหรือเชื้อชาตินักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ หรือกองเชียรทีมคู่แข่งขันหรือบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง  ทั้งภาษากายหรือด้วยการโยนผลไม้ไปให้  โดยเหตุการณ์นี้ มีพยานหลักฐานปรากฏชัดตามรายงานของผู้ตัดสินซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำได้ รายงานมาด้วย คณะกรรมการฯพิจารณา ห้ามลงทำหน้าที่ครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท  

ยามาฮ่า ลีกดิวิชั่น 1

สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด กับ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี

เหตุการณ์
 
ตามหนังสือร้องเรียนของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ในการแข่งขันฟุตบอล รายการยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2559 ระหว่าง สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด กับ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบว่าระหว่างการแข่งขันในนาทีที่ 90 ผู้เล่นหมายเลข 40 นายสมชาย หมาดเอียด ของสโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ได้เล่นนอกเกมด้วยการไปเตะใส่ผู้เล่นหมายเลข 10 Thiago Cunha สโมสรการท่าเรือ เอฟซี อย่างน่าเกลียด และไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และในระหว่างเกมผู้ตัดสิน นายศักดิ์ชัย ฟักเถือน ก็ไม่ได้ให้ใบเหลือง หรือใบแดงใดๆ แก่ผู้เล่น แต่อย่างไรก็ดี จากภาพเหตุการณ์ที่สโมสรการท่าเรือ เอฟซี นำส่งมานั้น ปรากฎภาพ Mr.Thiago Cunha สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ใช้เท้าเตะตอบโต้ นายสมชาย หมาดเอียด ของสโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ไปอีก 1-2 ครั้ง  

ผลการพิจารณา
 
ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้พิจารณาตามหนังสืออ้างถึงของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี และ ภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง ผลพิจารณาจากคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน แล้วเห็นว่า ผู้เล่นทั้งสองสโมสร Mr.Thiago Cunha และ นายสมชาย หมาดเอียด มีความผิดทั้งคู่ฐานประพฤติผิดมารยาทอย่างร้างแรง คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท จึงมีมติลงโทษผู้เล่นทั้งสองคนเท่ากัน โดยอาศัยข้อมูลภาพเหตุการณ์ประกอบความเห็นของคณะอนุกรรมการประเมินผลการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน ตามระเบียบว่าฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.12 ทำร้ายร่างกาย  นักกีฬา ข้อ ก.ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้ถูกทำร้าย  พิจารณาห้ามลงแข่งขันครั้งต่อไปและห้ามเข้าสนามคนละ 2  นัด และปรับเงินคนละ 20,000 บาท ในกรณีลีกดิวิชั่น 1 ค่าปรับลดเหลืองกึ่งหนึ่ง คงเหลือเป็นจำนวนคนละ 10,000 บาท