กระจ่าง! ฟานกัลเผยเหตุเลิกยืนคุมข้างสนาม

กุนซือปีศาจแดงเผยเบื้องหลังที่ทำให้เขาตัดสินใจไม่ลุกขึ้นมายืนข้างสนามเหมือนแต่ก่อน

หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมจอมปรัชญาของแมนฯยูฯ เผย เขาเคยกระตือรือร้นลุกขึ้นมากระตุ้นลูกทีมและกดดันผู้ตัดสินจากบริเวณข้างสนามเหมือน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก่อนตัดสินใจเลิกทำในเวลาต่อหลังเจอเหตุการณ์ในรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในปี 1995

เกมนั้นเทรนเนอร์ชาวดัตช์นำอาแย็กซ์ฯเฉือน เอซี มิลาน 1-0 พร้อมครองตำแหน่งจ้าวยุโรปไปครอง แต่มีเหตุการณ์น่าสนใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เมื่อเขาฉุนขาดที่ทีมไม่ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ยารี ลิตมาเนน โดนเตะ ถึงขนาดกระโดดเตะผ่านหน้าผู้ตัดสินที่ 4 แต่สุดท้ายก็ประท้วงไม่เป็นผล 

ดังนั้นแอลวีจีจึงตัดสินใจนั่งดูลูกทีมเล่นมาตลอดนับตั้งแต่ตอนนั้น หลังมองว่าการแสดงออกของกุนซือไม่มีผลต่อการตัดสินใจของเชิ้ตดำในสนามนั่นเอง

"ตอนที่ผมอายุยังน้อยกว่านี้ ผมเป็นเหมือนคล็อปป์นะ แต่ตอนนี้ผมอายุ 64 ปีแล้ว ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่าแต่ก่อน" ฟาน กัล กล่าว

"ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ผู้จัดการทีมและแฟนบอลทำจะมีอิทธิพลต่อผู้ตัดสินในอังกฤษ โค้ชทุกคนล้วนมีความเป็นตัวของตัวเอง มีนิสัยใจคอของตัวเอง และ มีปรัชญาเป็นของตัวเอง"

"ตอนที่ผมเริ่มต้นอาชีพกุนซือ ผมเป็นเหมือนคล็อปป์ แต่ผมไม่คิดว่าคุณสามารถมีอิทธิพลจากข้างสนามได้"

"ผมกระโดดเตะแบบคาราเต้ ในเป็นเกมแชมเปียนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง อาแย็กซ์ฯ พบ เอซี มิลาน"  

"เราชนะ 1-0 แต่เราควรได้จุดโทษจากจังหวะที่ลิตมาเนนโดนเตะสูง"

"ผมโกรธมาก ดังนั้นผมเลยกระโดเตะแบบคาราเต้ข้างสนาม เท้าของผมเฉี่ยวหน้าผู้ตัดสินที่ 4 ไปไม่ไกล ผมต้องการทำให้เขาเห็นว่าเกิดอะไรกับลิตมาเนน"

"มันสมควรเป็นจุดโทษ แต่ผู้ตัดสินกลับไม่เป่า ตอนนั้นผมตระหนักทันทีว่าผู้จัดการทีมไม่สามารถมีอิทธิพลต่อผู้ตัดสินจากสิ่งที่เขาทำข้างสนามได้"