กุนเบิ้ล! เรือใบยังฮ็อตบุกย้ำแค้นหงส์ขาว 3-1 ยึดจ่าฝูงต่อ

แมนฯซิตี้คว้าชัยชนะในเกมลีกเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกัน หลังบุกเก็บชัยเหนือสวอนซีได้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 6 ของฤดูกาล ที่สนามลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ อันดับ 15 ของตารางคะแนน เปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

ฟรานเชสโก กุยโดลิน กุนซือเจ้าถิ่นตัดสินใจพักบอร์ฆา บอสตัน ที่ได้ลงตัวจริงนัดลีกคัพ ที่ทั้งคู่ลงดวลกันเมื่อกลางสัปดาห์เป็นตัวสำรอง วางเฟอร์นานโด ยอเรนเต้ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า โดยมีกิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน, เวย์น เราท์เลดจ์ และ เลรอย เฟอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ด้านทีมเยือนที่ลุ้นคว้าชัยชนะนัดที่ 6 ในเกมลีกติดต่อกัน ได้เซร์คิโอ อเกวโร พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง นอกนั้นยังคงเป็นขุมกำลังหลักที่พร้อมลงสนามครบครัน ทั้งราฮีม สเตอร์ลิง, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, จอห์น สโตนส์ รวมถึงอิลคาย กุนโดกัน ที่ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเช่นกัน

เกมเริ่มมาได้ 3 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาสทำเกมบุกใส่ก่อนจากเลรอย เฟอร์ ที่ลากบอลตัดเข้ามาหน้าเขตโทษ ก่อนไหลมาให้เราท์เลดจ์ได้โอกาสโหม่ง แต่บอลไม่มีน้ำหนักพอที่จะสร้างความลำบากใจให้เคลาดิโอ บราโวได้

จากนั้นนาที 9 กลับเป็นแมนฯซิตี้ ที่ได้ประตูออกนำจากจังหวะที่บาการี ซานญา ผ่านบอลจากบริเวณริมเส้นฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษให้อเกวโร ก่อนที่หัวหอกอาเจนไตน์จะได้โอกาสซัดจ่อๆ บอลลอยหนีมือลูคัส ฟาเบียนสกี้เข้าประตู แมนฯซิตี้ออกนำ 1-0

หลังเสียประตู สอวนซีเดินหน้าบุกใส่แมนฯซิตี้บ้าง และมาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 13 เมื่อกิลฟี่ ซิเกิร์ดสัน ไหลบอลมาให้เฟอร์นานโด ยอเรนเต้ ที่ถูกบาการี ซานญาเบียดหวังแย่งบอลจากเท้า ทว่าหัวหอกสแปนิชกลับได้โอกาสง้างเท้าซัดบอลลอยผ่านบราโวตุงตาข่าย ทีมหงส์ขาวไล่มาที่ 1-1  

เวลาที่เหลือของครึ่งแรก เป็นเรือใบสีฟ้าที่ครองบอลเหนือกว่าหงส์ขาว แต่มีโอกาสบุกเท่าๆกัน สวอนซีได้ลุ้นจากลูกโหม่งของฟาน เดอร์ ฮอร์น ในนาทีที่ 33 และลูกฟรีคิกของซิเกิร์ดสัน ในนาทีที่ 37 แต่ทั้ง 2 โอกาสยังถูกปฏิเสธโดยบราโว ขณะที่แมนฯ ซิตี้ได้โอกาสน่าลุ้นจากอเกวโร ที่งัดบอลเกือบเสียบสามเหลี่ยมในนาทีที่ 32 และลูกตั้งเตะบริเวณมุมธงฝั่งซ้ายของประตูสอวนซี ทว่าเดอ บรอยน์กลับโยนมาเข้ามือของฟาเบียนสกี้อย่างง่ายดาย หมดครึ่งแรกสกอร์ 1-1


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมที่นี่


เปิดครึ่งหลังมาได้ 1 นาที สวอนซี้เกือบลุ้นได้ประตูนำจากการประสานงานของเราท์เลดจ์กับซิเกิร์ดสัน ก่อนที่สุดท้ายจะเป็นปีกชาวอังกฤษที่กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้ากรอบเขตโทษ ทว่าบอลค่อยๆไหลออกไปแบบไม่มีใครเข้าชาร์จ

จากนั้นรูปเกมยังคงเป็นอย่างครึ่งแรก เรือใบไล่บุกกดดันใส่เจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่องชนิดไม่มีผ่อนเกม อาศัยการโจมตีทั้งจากความเร็วของสเตอร์ลิง ความคล่องตัวและการไหลบอลของซิลบา รวมถึงโอกาสซัดประตูของอเกวโร ทว่าสุดท้ายต้องชมแนวรับสวอนซี ที่มีสมาธิในเกมรับเป็นอย่างดี

ความพยายามของซิตี้มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 66 จากลูกโทษที่จุดโทษของอเกวโร ซึ่งจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นจากฟาน เดอร์ ฮอร์น แนวรับเจ้าถิ่นเจตนาเอามือไปปัดที่หน้าของเควิน เดอ บรอยน์ ล้มลงในเขตโทษ ส่งผลให้ผู้ตัดสินไม่รีรอที่จะเป่าให้เป็นจุดโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงนำ 2-1

จากนั้นนาทีที่ 77 แมนฯ ซิตี้ขยับสกอร์ห่างออกไปเป็น 3-1 เมื่อเดอร์ บรอยน์ จ่ายบอลมาให้สเตอร์ลิง จากการเล่นเกมโต้กลับ ก่อนที่ปีกทีมชาติอังกฤษจะลากบอลกว่าครึ่งสนามเข้าไปซัดผ่านมือฟาเบียนสกี้ตุงตาข่าย

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดบวกประตูเพิ่มได้ หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะสวอนซี ซิตี้ ได้ถึงถิ่น 3-1 พร้อมสถิติคว้าชัยในเกมลีก 6 นัดรวด รั้งจ่าฝูงของตารางเช่นเดิม ขณะที่ทีมหงส์ขาวลงสนาม 6 นัด ยังคงมี 4 คะแนนเท่าเดิม