กูร์ตัวส์ฮีโร่อีก! สิงห์บลูแม่นกว่าดวลโทษเฆี่ยนบาร์ซา 4-2 (2-2)

นายด่านทีมชาติเบลเยียมสวมบทฮีโร่อีกครั้ง หลังเซฟหนึ่งจุดโทษ ช่วยให้เชลซีดวลจุดโทษเอาชนะบาร์ซาไปแบบไม่ยากเย็น 4-2 ในเวลาปกติเสมอ 2-2

การแข่งขันฟุตบอลรายการ อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2015 ที่สนามเฟดเอ็กซ์ ฟิลด์ ณ เมืองแลนโดเวอร์, รัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่าง เชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พบกับ บาร์เซโลนา เจ้าของเทรเบิ้ลแชมป์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

โชเซ มูรินโญ เทรนเนอร์จอมโวของขุนพล 'สิงโตน้ำเงินคราม' เปลี่ยนแปลงผู้เ่ล้นถึง 4 ตำแหน่งจากเกมนัดก่อน ที่ดวลจุดโทษเอาชนะ เปแอสเช 6-5 (ในเวลาปกติเสมอ 1-1) โดยถอดเอา อัสเมียร์ เบโกวิช (ผู้รักษาประตู), จอห์น เทอร์รี (กัปตันทีม), จอห์น โอบี มิเกล และ วิคเตอร์ โมเสส ออกไปพักที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่ง ธิโบต์ กูร์ตัวส์, เคิร์ท ซูมา, ออสการ์ และ เคเนดี้ ลงสนามแทน

ขณะที่ฝั่ง 'อาซูลกรานา' ของกุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้ เปิดโอกาสให้ผู้เล่นชุดสำรองลงหาประสบการณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ อาทิ มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น (ผู้รักษาประตู), มาร์ค บราต้า, อาเดรียโน คอร์เรอา, เจอร์ราร์ด แกมบัว, มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี้ และ ซานโดร รามิเรซ โดยมี หลุยซ์ ซัวเรซ เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก

เริ่มเกมมาได้เพียง 9 กลายเป็นตัวแทนจากแดนผู้ดีที่มาพังประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกผู้เล่นบาร์ซา 4 คนเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนบรรจงแปเลียดด้วยขวาเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบคม ช่วยให้เชลซีขออกนำไปก่อน 1-0

4 นาทีหลังจากนั้น บาร์ซาเกือบตามตีเสมอได้ทันควัน จากจังหวะที่ หลุยซ์ ซัวเรซ ไหลทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ อิวาน ราคิติซ ตะบันด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งไปตรงตัว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ผวาปัดทิ้งออกหลังไป ได้เพียงลูกเตะมุมเท่านั้น

แต่ว่าจากจังหวะเตะมุมนี้เอง ทำให้บาร์ซามีโอกาสลุ้นประตูตีเสมอต่อเนื่อง เมื่อ อิวาน ราคิติซ รับหน้าที่เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ มาร์ค บราต้า ขึ้นโขกสะบัด บอลไปแฉลบแนวรับ เชลซี เฉี่ยวเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 25 สิงโตน้ำเงินครามน่าได้ประตูที่สองแบบสุดๆ เมื่อพวกเขามาได้ฟรีคิกระยะประมาณ 22 หลาเยื้องไปทางฝั่งซ้าย และเป็น ออสการ์ รับหน้าที่ปั่นโค้งด้วยขวาเน้นๆ แต่ว่าบอลเจ้ากรรมดันพุ่งไปชนคานเสียงดังสนั่น  

เกมเปิดแลกกันอย่างสนุก และในนาทีที่ 30 บาร์ซาเกือบมาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี้ เติมเกมหลุดขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนล็อคหักเข้าซ้ายและบรรจงปาดเลียดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ หลุยซ์ ซัวเรซ เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวาเน้นๆ แต่ว่า ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ยังยืนตำแหน่งดีล้มตัวทุบทิ้ง ก่อนที่ แกรี เคฮิลล์ แนวรับเพื่อนร่วมทีมจะช่วยเคลียร์สกัดทิ้งออกไปได้อย่างทันท่วงที

นาทีที่ 32 เชลซีพลาดโอกาสได้ประตูที่สองไปอย่างเหลือเชื่อ เมื่อ ดิเอโก้ คอสต้า หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น โล่งๆ แต่ว่ากองหน้าทีมชาติสเปนกลับแปเล่นทางออกเสาไกลไปอย่างไม่น่าให้อภัย

นาทีที่ 38 กลับมาเป็นโอกาสลุ้นประตูตีเสมอของบาร์ซาอีกครั้ง จากจังหวะที่ หลุยซ์ ซัวเรซ โยกหนีตัวประกบในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนหาช่องปาดเลียดถวายพานเข้ากลางให้ อิวาน ราคิติช ซัดจ่อๆในกรอบ 6 หลาข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เชลซียังรักษาสกอร์นำเอาไว้ได้ 1-0 

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง โชเซ มูรินโญ ชิงแก้เกมก่อนทันที โดยถอดเอา ออสการ์ และ เคเนดี้ แนวรุกคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก ฟลูมิเนนเซ ออกไปพักที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่ง วิลเลียน กับ รามิเรส ลงมาทำหน้าที่แทน

แต่แล้วนาทีที่ 52 กลายเป็นบาร์ซาที่มาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากลูกชิฟของ หลุยซ์ ซัวเรซ

จากนั้นนาทีที่ 62 บาร์ซาพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จากลูกปั่นโค้งของ ซานโดร รามิเรซ

อย่างไรก็ตาม เชลซีไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อมาได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 จากลูกโหม่งของ แกร์รี เคฮิลค์ จบเกมเสมอ 2-2 ทำให้ต้องไปดวลจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะต่อไป

รายชื่อคนยิงจุดโทษของทั้งสองทีม

บาร์ซา : อันเดรส อิเนียสต้า - เข้า

เชลซี : ราดาเมล ฟัลเกา - เข้า

บาร์ซา : อเลน ฮาลิโลวิช - ไม่เข้า (ชนคาน)

เชลซี : วิคเตอร์ โมเสส - เข้า

บาร์ซา : เคราร์ด ปิเก้ - ไม่เข้า (โดนเซฟ)

เชลซี : รามิเรส - เข้า

บาร์ซา : ซานโดร รามิเรซ - เข้า

เชลซี : โรอิก เรมี

จบเกม เชลซี ดวลจุดโทษเอาชนะ บาร์เซโลนา ไปด้วยสกอร์ 4-2 ในเวลาปกติเสมอ 2-2 เก็บเพิ่มอีก 2 คะแนน

** กฏการนับคะแนนของรายการนี้ ชนะในเวลาได้ 3 คะแนน เสมอต้องดวลจุดโทษตัดสิน ผู้ชนะดวลจุดโทษได้ 2 คะแนน ผู้แพ้ดวลจุดโทษได้ 1 คะแนน

Topics