ลิเวอร์พูล 0-1 แมนฯยู : รูนีย์ซัดงดงาม

รักษาสถิติยิงได้ทุกเกมในปี 2016 ไว้ได้ต่อไปสำหรับดาวยิงกัปตันทัพปีศาจแดง หลังพังประตูโทนพาทีมบุกปราบหงส์แดงถึงถิ่นหวุดหวิด

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเจ้าบ้าน ที่จะได้คุมทีมลงเล่นในศึกแดงเดือดเป็นครั้งแรก ปรับทัพจากเกมก่อนที่เสมออาร์เซนอล 3-3 เมื่อคืนวันพุธเพียงแค่รายเดียวเท่านั้น คือ ลูคัส เลวา ที่ได้โอกาสลงตัวจริงแทน จอร์ดอน ไอบ์

ด้านทีมเยือนของ หลุยส์ ฟาน กัล ยึด 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมบุกเสมอนิวคาสเซิล 3-3 เมื่อคืนวันอังคารลงเล่นทั้งหมด นำโดยสี่แนวรุกอย่าง เวย์น รูนีย์, เจสเซ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรรา และ อ็องโตนี มาร์กซิยาล

เริ่มเกมมาเพียง 9 นาทีเท่านั้น เป็นลิเวอร์พูลที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ ลูคัส วางบอลยาวจากกลางสนามให้ อดัม ลัลลานา หลุดเดี่ยวไปโหม่งติดเซฟของ ดาบิด เด เฮอา ก่อนที่บอลจะขลุกขลิกมาเข้าทาง โร์แบร์โต้ ฟีร์มีโน แต้งเข้าซัดเรียดด้วยขวา แต่บอลถากเสาออกไปแบบมีเสียว

ถัดมาอีก 3 นาที หงส์แดงมีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ ฟีร์มีโน วางบอลยาวจากกราบซ้าบเข้าเชตโทษให้ เจมส์ มิลเนอร์ ได้กดมุมแคบด้วยขวา แต่บอลก็โด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นนาทีที่ 30 เจ้าบ้านยังทำเกมรุกได้ดีกว่า และมาได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน ทำชิ่งกับ ฟีร์มีโน ก่อนจะหลุดไปยิงเรียดด้วยขวา แต่บอลก็ยังพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปหวุดหวิด

นอกจากเกมจะเป็นรองแล้ว แมนฯยูฯยังต้องพบข่าวร้ายเมื่อวิงแบ็คตัวสำคัญอย่าง แอชลีย์ ยัง โชคร้ายบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง คาเมรอน บอร์ธวิค แจ็คสัน ดาวรุ่งวัย 18 ปี ลงมายืนแบ็คซ้าย พร้อมกับโยก มัตเตโอ ดาร์เมียน มาประจำการแบ็คขวาตำแหน่งถนัดแทน ในนาทีที่ 42 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น เป็นลิเวอร์พูลที่ยังครองเกมรุกได้เหนือกว่า และมีโอกาสใก้เคียงสุดในการได้ประตู จากจังหวะที่ ลัลลานา เบิ้ลบอลเขตโทษให้ เอ็มเร จัน หลุดไปยิงด้วยซ้าย แต่ยังติดเซฟของ เด เออา ออกหลังไปอีก

หลังจากโดนบุกอยู่นาน ปีศาจแดงก็มีโอกาสลุ้นประตูบ้าง ในนาทีที่ 56 จากจังหวะที่ มาร์กซิยาล เก็บตกบอลได้ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะลากไปยิงมุมแคบด้วยซ้าย แต่บอลเรียดหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมานาทีที่ 62 โอกาสเป็นของหงส์แดงอีกรอบ จากจังหวะที่ ฟีร์มิโน่ เลี้ยงหลบแนวรับทีมเยือนทางฝั่งซ้ายเข้ากลางก่อนจะไหลให้ เฮนเดอร์สัน แปด้วยขวาเน้นๆ แต่ลูกไปตรงตัว เด เฮอา รับเข้าซองสบาย

จากนั้นนาทีที่ 66 เกมบุกของเจ้าบ้านยังดูชัดเจนกว่ามาก และมีลุ้นอีกหน จากจังหวะยิงไกลของ จัน ไปติดเซฟ เด เฮอา แม้ว่า ฟีร์มิโน่ จะตามเข้าไปซ้ำ แต่ก็ยังไม่ผ่าน เด เฮอา ที่ตะปบไว้ได้เหมือนเดิม

แต่แล้วในนาทีที่ 78 แมนฯยูฯที่รูปเกมเป็นรองกลับมาได้ประตูขึ้นนำ จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ บลินด์ จ่ายสั้นให้ ฆวน มาต้า ตัวสำรอง ครอสเข้าเขตโทษต่อให้ เฟลไลนี โหม่งไปชนคานกระดอนมาเข้าทาง รูนีย์ ฮาล์ฟวอลเลย์ซ้ำเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้ปีศาจแดงบุกมานำ 1-0

หลังจากนั้นแม้ว่าหงส์แดงจะบุกหนักเพื่อหวังตีเสมอให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่บุกมาเฉือนชนะไปหวุดหวิด 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 37 แต้ม แซงเวสต์แฮมขึ้นมารั้งที่ 5 แล้ว ส่วนลิเวอร์พูลยังอยู่อันดับ 9 มี 31 คะแนนเท่าเดิม