ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค : หงส์แดงแรงฤทธิ์พิชิตช่างปั้นหม้อ

อดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย กลับขึ้นเป็นรั้งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง หลังพลิกจากโดนช่างปั้นหม้อออกนำไปก่อน ยิงแซงสี่ลูกรวดคว้าชัยได้สำเร็จ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเจ้าบ้าน ตัดสินใจยึด 11 คนแรกชุดเดิมลงเล่นทั้งหมดเป็นนัดที่สามติดต่อกัน นำโดยสามประสานในแดนหน้าอย่าง ดีว็อก โอริกี, ซาดิโอ มาเน และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ที่กำลังมีปัญหาข่าวฉาวเรื่องเมาแล้วขับ แต่ยังพร้อมลงประจำการ

ด้านทีมเยือนของ มาร์ค ฮิวจ์ส เปลี่ยนนักเตะจากนัดล่าสุดที่เสมอเลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เพียงแคคนเดียว คือ ปีเตอร์ เคร้าช์ อดีตหอกหงส์แดง ที่ได้ลงตัวจริงแทน โบยาน เกร์กิช ขณะที่สองนักเตะอย่าง โจ อัลเลน กับ เกล็น จอห์นสัน ก็ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าด้วย

เริ่มเกมมาเป็นลิเวอร์พูลที่ครองบอลบุกได้มากกว่า แต่แล้วกลับกลายเป็นฝั่งของสโต๊คซึ่งฉกฉวยโอกาสพังประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 12 จากจังหวะที่ เอริค ปีเตอร์ส เปิดบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ โจนาธาน วอลเตอร์ส โฉบมาโหม่งที่เสาแรก โดยแม้ว่า ซิมง มิโญเลต์ จะปัดได้แต่ก็หยุดไม่อยู่ ทำให้ลุกปลิ้นเข้าประตูไป ส่งให้ช่างปั้นหม้อบุกนำ 1-0

เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลัง ทำให้หงส์แดงพยายามบุกหนักเพื่อหวังตีเสมอให้ได้เร็วที่สุด จนกระทั่งมาทำสำเร็จในนาทีที่ 34 จากจังหวะที่ มาเน จ่ายบอลทางริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้ากลางให้ อดัม ลัลลานา ที่แม้จะแตะบอลยาวไปแล้ว แต่กลายเป็นว่า จอห์นสัน สกัดบอลไม่ขาดเบาเกินไปจนกลายเป็นไหลกลับมาให้กองกลางทีมชาติอังกฤษยิงอัดมุมแคบด้วยขวาเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

หลังตีเสมอได้ เจ้าบ้านยิ่งได้ใจ เมื่อมาพลิกแซงนำได้บ้างในช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ฟีร์มิโน แต่งเข้าซ้ายก่อนจะซัดเรียดส่งบอลเช็ดสองเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้อดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย นำในครึ่งแรกอยู่ 2-1

ครึ่งหลังยังเป็นลิเวอร์พูลที่ทำเกมรุกได้เหนือกว่า ก่อนจะมาบวกลูกสามเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 59 จากจังหวะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จ่ายทะลุช่องไปทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โอริกี ตบเข้ากลางไปโดน จานเนลลี อิมบูลา ล้มตัวสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป สงเคราะห์ให้หงส์แดงหนีห่างเป็น 3-1

ถัดมานาทีที่ 70 เจ้าบ้านยังมาใส่สกอร์ที่สี่ได้อีก จากความผิดพลาดของ ไรอัน ชอว์ครอสส์ จ่ายคืนหลังไม่ดีจนกลายเป็นส่งบอลให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่เพิ่งไปเป็นตัวสำรองก่อนหน้านี้แทน โอริกี ไม่นาน หลดเดี่ยวล็อคหลบ ลี แกรนท์ แล้วยิงโล่งๆอย่าง่ายดาย ช่วยให้อดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัยนำห่างถึง 4-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์เอาชนะไปได้สำเร็จ 4-1 เก็บเพิ่มเป็น 40 แต้ม แซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้กลับเป็นรั้งรองจ่าฝูงตามเดิม ส่วนสโต๊ค ซิตี้ยังอยู่อันดับ 12 มี 21 คะแนนเท่าเดิม