ลิ้นห้อย!ดัตช์สุดหนืดเชือดโทษกล้วยหอม (4-3)0-0 ลิ่วชนฟ้าขาว

เกือบไปซะแล้วสำหรับทีมของหลุยส์ ฟาน กัล แต่สุดท้ายพวกเขาก็ผ่านทีมม้ามืดอย่างคอสตาริก้ามาได้ด้วยการเอาชนะไปในช่วงการดวลจุดโทษโดยจะได้ผ่านเข้าไปเจอกับอาร์เจนตินา

หลุยส์ ฟาน กัล จัดทัพผู้เล่นเต็มสูบขาดเพียงแค่ไนเจล เด ยองที่มีอาการบาดเจ็บโดยเขาตัดสินใจดันจอร์โจ ไวจ์นาดุมมาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับแทน ส่วนสามประสานในแนวรุกยังคงเป็นอาร์เยน ร็อบเบน, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์และโรบิน ฟาน เพอร์ซี

ด้านฮอร์เก้ หลุยส์ ปินโต้ มาในระบบ 5-4-1 โดยมีโจเอล แคมป์เบลล์เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมีไบรอัส รูอิซและโบลายอสคอยทำเกมสนับสนุน

เริ่มเกมมาเป็นฮอลแลนด์ที่ครองบอลบุกเข้าใส่ทันทีแต่กว่าจะมาได้ลุ้นในนาทีที่ 22 จากจังหวะที่ร็อบเบนลุยขึ้นตรงกลางก่อนจ่ายให้เคาท์ทางขวาครอสกลับเข้ามาถึงเดปายไหลต่อให้ฟาน เพอร์ซีแต่งเข้าซ้ายไปติดนาบาสกระเด้งมาเข้าทางสไนจ์เดอร์ยิงอีกครั้งแต่นายทวารจากเลบานเต้ก็ยังรับไว้ได้

ฮอลแลนด์ยังเป็นฝ่ายมาได้ลุ้นอย่างต่อเนื่องและนาทีที่ 29 พวกเขาก็น่ามาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่อาร์วีพีแทงทะลุช่องให้เดปายได้ซัดด้วยซ้ายแต่นาบาสก็ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 35 คอสตาริก้ามาได้ลุ้นบ้างจากลูกตั้งเตะและเป็นรูอิซที่ได้โอเวอร์เฮดคิกในจังหวะสุดท้ายแต่ฟาน เพอร์ซียังวิ่งมาสกัดออกไปได้ทัน

และนาทีที่ 39 เป็นนาบาสอีกแล้วที่โชว์ซูเปอร์เซฟหลังฮอลแลนด์มาได้ฟรีคิกและเป็นสไนจ์เดอร์ที่รับหน้าที่ปั่นด้วยขวาบอลจะมุดเสียบสามเหลี่ยมบนแต่นยังถูกนายทวารจากเลบานเต้ปฏิเสธไว้ได้อีกครั้งก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังยังเป็นฮอลแลนด์ที่ทำเกมบุกได้เหนือกว่าและมาได้ลุ้นในนาทีที่ 53 จากลูกฟรีคิกและเป็นร็อบเบนที่เปิดเรียดเข้ามาให้สไนจ์เดอร์วิ่งมายิงแต่โดนใต้บอลมากไปหน่อยบอลเลยเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 65 คอสตาริก้ามาได้ลุ้นบางจากลูกตั้งเตะและเป็นโบลายอสที่เปิดเข้าไปให้กอนซาเลซเบียดแซงฟลาร์ก่อนโขกแต่บอลเหินข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 75 ฮอลแลนด์มาได้ลูกอีกครั้งจากลุกตั้งเตะและเป็นสไนจ์เดอร์ที่เปิดเข้ามาให้ฟลาร์ได้โขกแต่บอลยังเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง

นาทีที่ 80 ฮอลแลนด์น่ามาได้ประตูออกนำอีกครั้งและคราวนี้เคาท์ที่เปิดเข้าไปให้เลนส์ได้โขกแต่นาบาสยังปัดไว้ได้อีกครั้ง ซึ่งไลน์แมนก็ยกธงล้ำหน้าด้วย

สองนาทีต่อมาฮอลแลนด์พลาดโอกาสขึ้นนำไปแบบไม่น่าเชื่อหลังมาได้ฟรีคิกระยะอันตรายหลังร็อบเบนโดนกอนซาเลซทำฟาวล์และเป็นสไนจ์เดอร์ที่รับหน้าที่สังหารแต่เสาก็ยังช่วยเซฟไว้ได้อีก

ฮอลแลนด์เริ่มบุกเข้าใส่อย่างหนักและมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 84 จากลูกตั้งเตะที่ร็อบเบนเปิดเข้ามาก่อนที่บอลจะขลุกขิลกในกรอบเขตโทษและมาเข้าทางฟาน เพอร์ซีแต่งเข้าขวาก่อนซัดแต่นาบาสก็ยังปัดออกมาได้อีก

ช่วงทดเจ็บฮอลแลนด์มาได้ลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นบลินด์ที่ครอสเรียดเข้าไปถึงฟาน เพอร์ซีได้ยิงโล่งๆแต่เป็นเตเฮด้าที่เซฟบนหน้าปากประตูไว้ได้ก่อนที่จะหมด 90 นาทีทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

นาทีที่ 93 ฮอลแลนด์ยังมาได้ลุ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกเตะมุมและเป็น รอน ฟลาร์ที่ได้โขกแต่นาบาสยังปัดไว้ได้และจังหวะต่อเนื่องเป็นเคาท์ได้โขกบางๆแต่อคอสต้าก็ยังสกัดออกไปได้อีก

ช่วงเวลาที่เหลือยังเป็นฮอลแลนด์ที่บุกอย่างหนักแต่ก็เจาะประตูไม่ได้และเกือบมาโดนในนาทีที่ 117 จากจังหวะที่อูเรยาได้ยิงแต่ไปติดขาของซิเลสเซนกระเด้งออกมา

และนาทีต่อมาเป็นสไนจ์เดอร์ที่น่ามาทำประตูชัยให้กับทีมหลังสไนจ์เดอร์ได้ปั่นแต่บอลไปชนคานกระเด้งออกมาอีก ก่อนที่ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่มเติมหมด 120 นาทีทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 0-0 ทำให้ต้องดวลจุดโทษกันและเป็นฮอลแลนด์ที่แม่นกว่าก่อนจะเอาชนะไป

Topics