ล็อคถล่ม! ราชันนำก่อนโดนโซเซียดัดพลิกแซงเหลือเชื่อ 4-2

สาวกมาดริดสุดช็อค เมื่อทีมรักได้ประตูนำไปก่อนถึงสองลูก แต่สุดท้ายเป็นเรอัล โซเซียดาด ที่กดทีเดียว 4 ประตูรวดพลิกเชือดแชมป์ยุโรป 10 สมัยไปแบบพลิกความคาดหมาย

ยาโคบ้า อาร์ราซาเต้ กุนซือเจ้าบ้าน วางอิมาโนล อกีร์เรตเซ กับโชรี คาสโตร เป็นคู่หูในแดนหน้า และให้ซาบี ปริเอโต้ กับเดวิด ซูรูตูซา คอยเติมเกมรุกทางริมเส้นซ้ายขวา โดยมีมาร์เกล เบอร์การา กับเอสเตบัน กราเนโร ขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง

ด้านคาร์โล อันเชล็อตติ เกมนี้ไม่มีชื่อคริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ชาวโปรตุกีสแม้กระทั่งม้านั่งสำรอง และเป็นฆาเมส โรดริเกวซ ที่ถูกดันขึ้นไปเล่นแทนตำแหน่งโรนัลโด ทางตัวรุกริมเส้นฝั่งขวา ส่วนตำแหน่งอื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ยังคงใช้ชุดใหญ่เต็มอัตราสูบ นำโดยเซร์คิโอ รามอส, โทนี โครส, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล และคาริม เบนเซมา เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่ายเช่นเดิม

เริ่มเกมมาได้เพียง 5 นาทีแฟนบอลชุดขาวได้ส่งเสียงเฮกันลั่นสนาม เมื่อทีมรักขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่ โทนี โครส เปิดเข้ามาในเขตโทษให้เซร์คิโอ รามอส ขึ้นเทคตัวโหม่งสะบัดส่งบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าประตูไป มาดริดขึ้นนำ 1-0

จากนั้น นาทีที่ 9 เซร์คิโอ รามอส เกือบมาบวกประตูที่สองให้กับตัวเองในเกมนี้ จากจังหวะลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 23 หลาเยื้องไปทางฝั่งซ้าย และเป็นเจ้าตัวที่รับหน้าที่ตะบันด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งชนคานเสียงดังลั่นสนาม พลาดโอกาสได้ประตูหนีห่างไปอย่างน่าเสียดาย

กระทั่งนาทีที่ 11 ทีมเยือนก็มาได้ประตูที่สองจนได้ จากจังหวะที่ลูก้า โมดริช ไหลให้ แกเร็ธ เบล ใช้ความสามารถเฉพาะตัว แตะรอดขาแนวรับเจ้าบ้านก่อนตามเข้าไปแปด้วยซ้ายข้างถนัดส่งบอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย มาดริดหนีห่างเป็น 2-0

นาทีที่ 20 ทีมเยือนได้ลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ฆาเมส โรดริเกวซ แทงทะลุช่องให้คาริม เบนเซมา หลุดไปในเขตโทษก่อนจ่ายย้อนกลับมาให้มาร์เซโล ม้วนหลอกหนึ่งจังหวะก่อนแปด้วยขวาข้างไม่ถนัด บอลค่อยๆไหลถากเสาไกลออกหลังไป

และในนาทีที่ 26 เจ้าบ้านก็มาได้โอกาสลุ้นประตูแบบจะๆครั้งแรก จากจังหวะที่เดวิด ซูรูตูซา โหม่งชงไปตรงหัวกระโหลกให้ เอสเตบัน กราเนโร วิ่งมาวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ ทว่าเซร์คิโอ รามอส ยังเร็ววิ่งไปใช้ลำตัวบล็อคบอลออกหลังไป ช่วยทีมรอดพ้นการเสียประตูไปอย่างหวุดหวิด

แต่แล้วหลังจากเปิดเกมบุกอยู่พักใหญ่ เจ้าบ้านก็มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้ ในนาทีที่ 35 จากจังหวะที่ซาบี ปริเอโต้ โหม่งเช็ดไปทางเสาสองให้อินิโก้ มาร์ติเนซ ล้มตัวชาร์จจ่อๆจากระยะไม่ถึง 3 หลาเข้าประตูไปแบบที่อิเกร์ กาซิยาส ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา

นาทีที่ 41 เจ้าบ้านตามตีเสมอได้แบบเหลือเชื่อ จากจังหวะที่อัลแบร์โต้ เด ลา เบลลา เลี้ยงไปสุดเส้นฝั่งซ้ายก่อนโยนเข้าในเขตโทษให้เดวิด ซูรูตูซา พุ่งโถมโหม่งเต็มกบาลส่งบอลเข้าไปนอนซุกก้นตาข่าย ให้โซเซียดาดตามตีเสมอเป็น 2-2 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังได้ไม่นาน นาทีที่ 65 แฟนบอลเจ้าบ้านก็ได้ส่งเสียงเฮลั่นสนาม เมื่อทีมรักพลิกขึ้นนำเป็น 3-2 จากจังหวะซาบี ปริเอโต้ กระชากไปสุดเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดยัดเข้าไปหน้าปากประตูให้เดวิด ซูรูตูซา ชาร์จด้วยขวาเต็มข้อส่งบอลพุ่งสวนตัวอิเกร์ กาซิยาส เข้าไปตุงตาข่าย

เครื่องช็อตไปดื้อๆสำหรับแชมป์ยุโรป 10 สมัย เมือในนาที่ที่ 75 พวกเขามาเสียประตูที่ 4 จากจังหวะที่โซเซียดาดได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย และเป็นเอสเตบัน กราเนโร รับหน้าที่เปิดเข้าไปในเขตโทษให้คาร์ลอส เวรา ใช้แขนแต่งบอลก่อนวอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อส่งบอลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ท่ามกลางการประท้วงของเหล่านักเตะมาดริดหลังชี้ว่าลูกนี้น่าจะแฮนด์บอล แต่ผู้ตัดสินไม่เปลี่ยนใจเป่าให้เป็นประตูที่ 4 ของเจ้าบ้านอยู่ดี

ช่วงท้ายเกมมาดริดโหมบุกกระหน่ำ แต่ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกมเรอัล โซเซียดาด พลิกชนะเรอัล มาดริด 4-2

Topics