ลึกแต่ไม่ลับกับแม่ทัพ “ช้างศึก”วราวุธ ศิลปอาชา “นำสุพรรณ ก้าวไกลในเอเชีย”

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โกล ประเทศไทย ได้นำบทสัมภาษณ์ คุณอรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสร “ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี มาเผยแพร่ในเรื่องราวหลายหลายแง่มุม ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนบอลจำนวนมาก มาถึงสัปดาห์นี้ โกล ประเทศไทย ยังคงทำภารกิจต่อเนื่อง คือ ติดตาม สัมภาษณ์บุคคลระดับ “บิ๊ก” ซึ่งมีอิทธิพลต่อวงการลูกหนังไทย โดยในครั้งนี้ โกล ประเทศไทย ได้นัด คุณท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสร “ช้างศึก” สุพรรณบุรี เอฟซี มาร่วมพูดคุยอย่างไม่ถือตัว ซึ่งการนัดสัมภาษณ์ในครั้งนี้ทางทีมงาน โกล ประเทศไทย ขอกราบขอบพระคุณ “คุณท็อป” ที่ให้เกียรติและสละเวลาอันมีค่า ให้กับ โกล ประเทศไทย ได้สัมภาษณ์อย่างไกล้ชิด และเป็นกันเอง

..........................

โกล ประเทศไทย : ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในวงการฟุตบอล ในฐานะประธานสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี

คุณท็อป วราวุธ : ประโยคแรกที่ผมจะบอกคือ สับสน งง 2 คำนี้มันวนเวียนอยู่ในสมองของผม คำถามที่เกิดขึ้นในตอนนั้นคือ ฟุตบอลคืออะไร เพราะผมไม่เคยเล่นฟุตบอลมาก่อน ตำแหน่งฟุตบอล 4-4-2 , 4-3-3 ผมก็ไม่รู้จัก ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า โบนัส , เบี้ยซ้อม หรือแม้กระทั่งค่าเซ็นสัญญา ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร ณ เวลานั้น ทีมของผมมีเจ้าหน้าที่สโมสรไม่ถึง 5 คน ห้องแต่งตัวนักฟุตบอลก็มีสภาพที่เก่ามากๆ ชุดนักกีฬาก็ไม่มีความพร้อม สปอนเซอร์ของทีมก็หาไม่ได้ แต่ตอนนั้นก็คิดอยู่เสมอว่า ต้องค่อยๆศึกษา เรียนรู้ฟุตบอลไปทีละขั้นตอน ผมโชคดีที่ผู้ใหญ่จากหลายๆสโมสรฟุตบอล ให้คำแนะนำ ข้อมูลที่ดีแก่ผม

โกล ประเทศไทย : สัมผัสแรกที่ได้เข้ามาเหยียบลูกฟุตบอลอย่างเต็ม 2 เท้า

คุณท็อป วราวุธ : ความรู้สึกต้องบอกว่า มันสนุกดี ผมไม่เคยมีคำว่าถอย คิดอยู่เสมอว่า ยิ่งแพ้ยิ่งต้องลุก ต้องตั้งหลักให้ได้และค่อยๆศึกษาว่าจุดอ่อนคืออะไร จะแก้ไขด้วยวิธีใด ทุกๆอย่างมีทางออกเสมอและมันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ ผมนั่งคิดมาตลอดว่า หากทีมมีข้อผิดพลาด เราจะแก้ไขด้วยวิธีใด การที่จะพาทีมให้ติด 1 ใน 5 ของตาราง มันไม่ได้เป็นเรื่องที่

ง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการบริหาร การจัดการ การดูแลสโมสรทุกๆอย่าง มันเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญกับมันมากๆ

โกล ประเทศไทย : ภาพลักษณ์ใส่ชุดสูทในฐานะนักการเมือง กับ ภาพลักษณ์ที่ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตฟุตบอล ที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

คุณท็อป วราวุธ : 2 สิ่งนี้ มันเป็นอะไรที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง การเป็นนักการเมืองมันเป็นอะไรที่ผมต้องใส่หัวโขนอยู่ตลอดเวลา เพราะมันมีตำแหน่ง แต่การเป็นประธานสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ในฐานะคนกีฬา มันมีความอิสระ และไม่ต้องมานั่งห่วงถึงตำแหน่งที่ผมเป็น คำว่า กีฬา มันสอนอะไรได้มากกว่าคำว่า การเมืองนะ มันให้คำว่า ความอดทน , ความนิ่ง , ความมีวินัย , การควบคุมอารมณ์ , การปกครองคนทั้งในหลายสถานะ ภายใต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ผมเชื่อว่า ผมสามารถนำสิ่งดีๆที่ได้จากการทำฟุตบอล นำไปประยุกต์ใช้ในวงการการเมืองได้ดีเลยล่ะ

โกล ประเทศไทย : ความดีใจและความเสียใจ

คุณท็อป วราวุธ : ผมรู้สึกเฉยๆกับ 2 คำนี้นะ ทำไมนะหรอ? กล่าวคือ หากทีมยิงเข้า ผมก็ดีใจตามปกติ แต่มันต้องอยู่ภายใต้ของการควบคุมอารมณ์ เพราะเราต้องให้เกียรติกับทีมคู่แข่งด้วย ยิ่งเวลาอยู่ท่ามกลางแฟนบอล เราต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดี ไม่ว่าทีมจะแพ้หรือชนะก็ตาม หากทีมไม่ดี เราก็ค่อยๆกลับมานั่งแก้ไขข้อผิดพลาด มันทำให้ความรู้สึกเริ่มพัฒนาได้มากขึ้น และมีประสบการณ์ในการทำฟุตบอลที่เพิ่มขึ้น

โกล ประเทศไทย : เล่าถึงผลงานที่ก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุด ไทยพรีเมียร์ลีก และ ผลงานปีแรกบนเวทีไทยพรีเมียร์ลีกที่จบอันดับ 4 ของตารางอย่างยอดเยี่ยม

คุณท็อป วราวุธ : ในปี 2012 สุพรรณบุรี เอฟซี คว้ารองแชมป์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 มันเป็นความภาคภูมิใจของสโมสรที่สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลไทยได้ ต้องขอบคุณ "โค้ชโย่ง" วรวุฒิ ศรีมะฆะ ที่เป็นเบื้องหลังแห่งความสำเร็จ จากนั้น พอทีมขึ้นมาโลดแล่นอยู่บน ไทยพรีเมียร์ลีก ก็สามารถจบอันดับ 4 ของตาราง ซึ่งต้องยกความสำเร็จตรงนี้ให้กับ อ.พยงค์ ขุนเณร ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้สโมสรจบอันดับ 4 ของตาราง คือ ความดูแล เอาใจใส่ของทีมงาน ความมุ่งมั่นของนักเตะทุกคน แต่ต้องยอมรับว่า ปีนี้เป็นอะไรที่หนักมากๆ มันเต็มไปด้วยการแข่งขันที่สูงมากๆ และนักเตะก็ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายคน

ณ ตอนนี้แม้ว่าทีมจะอยู่อันดับ 6 ของตารางก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี สุพรรณบุรี เอฟซี ยังเป็นทีมที่ต้องพัฒนาไปอีกยาวไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมในฐานะประธานสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี มีประสบการณ์กับวงการฟุตบอลเพียงแค่ 3 ปีครึ่ง ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ รวมไปถึงอายุของสโมสร ที่มีการก่อตั้งมาเพียงแค่ 17 ปี

โกล ประเทศไทย : ศรัทธาแฟนบอลชาวสุพรรณที่ทุกคนต้องตกตะลึง

คุณท็อป วราวุธ : ผมต้องขอบคุณแฟนบอลสุพรรณบุรี เอฟซี ทุกคนที่ได้สนับสนุนสโมสรมาโดยตลอด ต้องชื่นชมกองเชียร์ที่มีการทำธงตราสโมสร , ทำกิจกรรม และประชาสัมพันธ์ แฟนบอลบางคนอยู่กับทีมมาตั้งแต่สมัยโปรวิเชียลลีก แฟนบอลชาวสุพรรณมีระบบการบริหาร ดูแลที่ทั่วถึงและควบคุมได้ ซึ่งผมไม่ต้องเป็นห่วงว่าพวกเขาจะมีปัญหาแต่อย่างใด นี่เป็นเสน่ห์ของแฟนบอลของสุพรรณบุรี เหนือสิ่งอื่นใด การแข่งขันจะออกมาในรูปแบบ แพ้ ชนะ หรือ เสมอ คำว่า มิตรภาพสำคัญอยู่เสมอและมาเป็นอันดับแรก

โกล ประเทศไทย : เป้าหมายกับไทยลีกระยะยาว

คุณท็อป วราวุธ : ผมไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องได้แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีกนะ ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลาในการสร้างทีมให้แข็งแกร่งและมีศักยภาพเทียบเท่ากับทีมใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี ผมต้องการสร้างสโมสรแห่งนี้ให้แฟนบอลชาวสุพรรณบุรีทุกคนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และที่สำคัญคือ สโมสรฟุตบอล สุพรรณบุรี เอฟซี จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนให้รู้จักการใช้ชีวิต ทั้งในเรื่องของการสอนให้รู้จักคำว่า แพ้ ชนะ เหมือนกับนักฟุตบอลที่ไม่มีใครเล่นดีไปทุกๆนัด ฟุตบอลคือการสร้างมิตรภาพมากกว่า การเอาชนะ เมื่อคุณได้เข้ามาในสนามฟุตบอล ก็จะได้รู้จักการได้ใช้ชีวิตร่วมกันของคนในครอบครัว

โกล ประเทศไทย : สุพรรณบุรี เอฟซี กับ ผู้สนับสนุนหลัก เครื่องดื่มตราช้าง

คุณท็อป วราวุธ : สโมสรฟุตบอล สุพรรณบุรี เอฟซี เป็นทีมเดียวในไทย พรีเมียร์ลีก ที่มีช้างอยู่บนเสื้อถึง 3 เชือก ประกอบไปด้วย ผู้สนับสนุนหลัก "ช้าง" 2 เชือก และ โลโก้ตราสโมสร 1 เชือก ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เจ้าพระยาไชยานุภาพ ซึ่งเป็นช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “ก้านกล้วย”

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกที่สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี คิดถึงมาตลอด ไทยเบฟฯมีช้างเป็นสัญลักษณ์เหมือนกัน สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี ก็มีช้างเป็นตราสัญลักษณ์ และเมื่อช้าง 2 ช้างมาเจอกัน จึงกลายเป็นคำว่า "งานช้าง" เราจะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนผู้ให้การสนับสนุนเท่าที่จะทำได้

โกล ประเทศไทย : จุดเด่น และ จุดด้อย ของสุพรรณฯ

คุณท็อป วราวุธ : จุดเด่นของ สุพรรณบุรี เอฟซี คือ มีผู้ใหญ่ใจดีที่คอยสนับสนุนทีมมาโดยตลอด สโมสรมีสถานที่จัดการแข่งขันอย่างครบครันและมีคุณภาพ ซึ่งเป็นระดับแนวหน้าของประเทศไทย และสิ่งสำคัญที่สุดคือ สโมสรมีแฟนบอลอันดับต้นๆของประเทศที่คอยสนับสนุนทีมมาทุกๆช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยด้านบวก ส่วนจุดด้อยของ สุพรรณบุรี เอฟซี คือ ตัวของผม ที่ยังมีประสบการณ์ที่ไม่มากนัก และยังตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากเท่าที่ควร ผมเชื่อว่า เวลากับความคุ้มค่าของการลงทุน จะทำให้ตัวผมมีความแข็งแกร่งและเข้าใจในทุกๆปัญหามากขึ้น เพราะถ้าไม่ลองก็จะไม่รู้

โกล ประเทศไทย : ผลงานปีนี้

คุณท็อป วราวุธ : สำหรับผลงานปีนี้ หากทีมจบอันดับ 1 ใน 5 ของสโมสรได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ผมรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเรา แต่ถ้าหากจบอันดับเลขตัวเดียวก็จะเป็นผลงานตามที่วางไว้ ซึ่งในขณะเดียวกัน ก่อนเปิดฤดูกาลนี้ ผมได้บอกไว้ว่า เป้าหมายของ สุพรรณบุรี เอฟซี คือการเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ซึ่งตรงนี้ทีมของเราทำได้แล้ว นั่นคือการเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอล ไทยคม เอฟเอ คัพ

โกล ประเทศไทย : ความมุ่งหวังกับการสร้างทีม สุพรรณบุรี ให้เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

คุณท็อป วราวุธ : ผมตั้งเป้าไว้ว่า 2-3 ปีข้างหน้า สโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี จะต้องเป็นทีมที่ต่างประเทศรู้จักในนามตัวแทนสโมสรจากประเทศไทย ต่อจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , ชลบุรี เอฟซี และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมมีความโชคดีมากๆ ที่ได้รับคำแนะนำ ความรู้ ข้อคิดดีๆจากผู้บริหารหลายสโมสรในประเทศไทย ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมเข้ามาสัมผัสวงการฟุตบอลอย่างจริงจัง

โกล ประเทศไทย : 12. ฝากถึงแฟนบอล

คุณท็อป วราวุธ : สิ่งแรก ผมต้องขอโทษแฟนบอลทุกคนที่ผลงานในปีนี้ ไม่ได้ตามที่คาดไว้ เป็นปีที่ 2 บนลีกสูงสุด ไทย พรีเมียร์ลีกที่ผมเจอช่วงเวลาที่โหดมาก แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะต้องก้าวผ่านไปให้ได้ และจะทำให้ดีที่สุด ฤดูกาลหน้าค่อยตั้งหลัก นับ 1 ใหม่ มันทำให้ผมมีประสบการณ์มากขึ้นอีก 1 ปี และได้รู้ว่าคำว่า ฟุตบอล ต้องใช้เวลาในการพัฒนา ฟุตบอลก็เปรียบเหมือนชีวิตคนที่มีช่วงเวลาแห่งความสำเร็จและผิดหวังในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่ออยู่กับความผิดหวัง สโมสร , ทีมงาน และแฟนบอลจะต้องรวมใจกันเพื่อก้าวผ่านจุดนี้ไปให้ได้ ปีนี้ถือเป็นบททดสอบอะไรหลายๆอย่าง ผมจะทำให้ดีที่สุด เพื่อความสุขแฟนบอลชาวสุพรรณบุรี เอฟซี