ลูกากูระเบิดแฮตทริก!! ท็อฟฟี่สิบคนพลิกแซงอัดยัง บอยส์ 1-4

ดาวยิงชาวเบลเยียมของเอฟเวอร์ตันโชว์ความเป็นสุดยอดกองหน้า หลังเหมาคนเดียวสามประตู พาต้นสังกัดบุกเก็บชัยในนัดแรกยูโรป้าลีก รอบ 32 ทีมได้อย่างไม่ยากเย็น

อุลริช ฟอร์เต้ กุนซือเจ้าบ้าน ยังคงใชันักเตะตัวหลักขาประจำอย่าง ยอน เอ็มโวโก้ (ผู้รักษาประตู), สตีฟ ฟอน แบร์เกน, มิลาน วิโลติช, ยูยะ คูโบะ และให่ กิลโยม โอยาโร ดาวยิงเจ้าของส่วนสูง 192 ซม. ที่ยิงไปทั้งหมด 5 ประตูจาก 6 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ยืนเป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย

ด้าน โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ผู้มาเยือน ปรับทัพเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมลีกที่บุกพ่าย เชลซี หวุดหวิด 1-0 โดยไร้ชื่อ อาร์ลอน เลนนอน รวมถึงถอด มูฮาเหม็ด เบซิช ไปสแตนบายที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่งสองกำลังหลักอย่าง เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ และ เควิน มิราลลาส ลงทำหน้าที่แทน

เปิดฉากเพียง 10 นาที กลายเป็นเจ้าถิ่นอย่าง 'ยัง บอย' ที่มาได้ประตูออกนำก่อน จากจังหวะที่ แยน เล็คยักค์ส โยนจากแดนหลังมาตรงกลางสนามให้ กิลโยม โอยาโร โหม่งชงไปทางซ้ายให้ ราฟาเอล นัซซูโร พาบอลขึ้นหน้า ก่อนล็อคเข้าเท้าขวาและจ่ายเลียดเข้ากลางให้ โอยาโร เติมมาจับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนปั่นโค้งจากระยะประมาณ 25 หลา เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้ยัง บอยขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 6 ในรอบ 7 เกมในศึกยูโรป้าลีกของเจ้าตัวด้วย

จากนั้นทำให้เอฟเวอร์ตันกลับมาโหมบุกอย่างหนัก และเกือบได้ประตูตีเสมอจาก โรเมลู ลูกากู หลายครั้งหลายครา แต่ ยอน เอ็มโวโก้ นายด่านเจ้าถิ่นก็ปฏิเสธไว้ได้หมด

กระทั่งนาทีที่ 24 โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยียมก็มากดประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ แกเร็ธ แบร์รี ตั้งป้อมบรรจงเปิดโค้งด้วยขวา จากกราบซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ลูกากู โหม่งเช็ด บอลพุ่งผ่านมือยอน เอ็มโวโก้เสียบเสาแรกเข้าประตูไป เอฟเวอร์ตันตามตีเสมอเป็น 1-1

ถัดมา 4 นาทีทีมเยือนมาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากการต่อบอลอันยอดเยี่ยม ไบรอัน โอเบียโด้ จ่ายเลียดเข้ามาตรงเส้นเขตโทษฝั่งซ้ายให้ สตีเวน เนย์สมิธ ทำชิ่งกับ รอสส์ บาร์คลีย์ จนหลุดไปสุดเส้นหลัง ก่อนปาดเลียดเข้ากลางให้ เชมุส โคลแมน ล้มตัวชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ เอฟเวอร์ตันพลิกขึ้นนำเป็น 2-1

เท่านั้นไม่พอ ในนาทีที่ 39 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็แทบช็อค หลังทีมรักถูกหนีห่างเป็น 1-3 จากลูกที่ แกเร็ธ แบร์รี ไหลฝากบอลขึ้นหน้าให้ ไบรอัน โอเบียโด้ ดึงจังหวะรอก่อนตอกส้นเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์รี ที่วิ่งอ้อมหลังแนวรับเจ้าถิ่นมาตบเลียดเข้ากลาง บอลแฉลบขากองหลังก่อนไปเข้าทาง โรเมลู ลูกากู จิ้มระยะเผาขนเข้าไป เอฟเวอร์ตันหนีห่างเป็น 3-1 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นเอฟเวอร์ตันที่ครองบอลบุกได้อยู่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งนาทีที่ 58 พวกเขาก็มาขยับสกอร์หนีห่างอีกจนได้ จากจังหวะที่ รอสส์ บาร์คลีย์ จ่ายคิลเลอร์พาสให้ โรเมลู ลูกากู กระชากบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนชิพข้ามตัว ยอน เอ็มโวโก้ เข้าประตูไปอย่างเยือกเย็น ช่วยให้เอฟเวอร์ตันทิ้งห่างเป็น 4-1 พร้อมกับเป็นแฮตทริกของ ลูกากู ในเกมนี้ด้วย รวมถึงเป็นแฮตทริกแรกของเอฟเวอร์ตันในรายการยุโรป ในรอบ 4 ปี

ทว่าถัดมา 5 นาที เอฟเวอร์ตันก็ต้องมาเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น เนื่องจาก จอห์น สโตนส์ ไปโดนใบแดงจากจังหวะที่เจ้าตัวไปเหนี่ยว กิลโยม โอยาโร ดาวยิงยัง บอยส์ ล้มลงในเขตโทษ แต่ยังโชคดีที่ โอยาโร ลุกขึ้นมาสังหารจุดโทษข้ามคานออกไป

นาทีที่ 71 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูไล่มา จากจังหวะที่ แยน เล็คยักค์ส ตั้งป้อมเปิดจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ อเล็กซานเดอร์ เกิร์นต์ ตัวสำรองที่ลงมาแทน มิลาน กายิช กระโดดวอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าซอง ทิม ฮาวเวิร์ด

ท้ายเกมนาทีที่ 84 ลูกากูพลาดโอกาสทองในการทำประตูที่สี่ จากจังหวะที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้ากับ ยอน เอ็มโวโก้ แต่กลับยิงไปถูก เอ็มโวโก้ ใช้ตัวบล็อกออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

จบเกม เอฟเวอร์ตัน บุกไล่ถล่ม ยัง บอยส์ 4-1 เก็บชัยชนะนัดแรก ในเกมยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้อย่างไม่ยากเย็น โดยนัดต่อไปจะกลับไปเตะที่รังกูดิสัน ปาร์ค ในวันพฤหัสหน้า