ลุยแดนลอดช่อง! แฟนกรี๊ด ปืน,หม้อ,ท็อฟฟี่ จัดทัวร์เอเชีย ก.ค.นี้

แฟนบอลชาวไทยเตรียมหยอดกระปุกได้เลย เมื่อ3ทีมดังลีกผู้ดียืนยันเข้าร่วมแข่งขัน 'บาร์เคลย์ส เอเชีย โทรฟี่ 2015' ที่ประเทศเพื่อนบ้านในช่วงเดือนกรกฏาคมนี้แล้ว

อาร์เซนอล, เอฟเวอร์ตัน และ สโต๊ค ซิตี้ สามสโมสรชื่อดังแห่งศึกพรีเมียร์ อังกฤษ ตอบตกลงเข้าร่วมการแข่งขันในรายการ 'บาร์เคลย์ส เอเซีย โทรฟี่ 2015' ที่สิงคโปร์ กับทีมรวมดาราสิงคโปร์ ในเดือนกรกฏาคมนี้เรียบร้อยแล้ว

ขุนพล “เดอะ กันเนอร์ส” จะได้กลับมาเยือนสิงคโปร์อีกครั้งหลังจากที่พวกเขาเคยมาทัวร์ในปี 1991, ส่วน “ท็อฟฟี่พลังช้าง” เอฟเวอร์ตัน เคยมาทัวร์เอเชียครั้งล่าสุดในปี 2005 ขณะที่ “เดอะ พ็อตเตอร์” นี่คือครั้งแรกของพวกเขากับทัวร์นาเมนต์ปรีซีซั่นนอกทวีป

“เรารู้สึกตื่นเต้นกับการจัดทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ที่สิงคโปร์” ริชาร์ด สกูดามอร์ กรรมการผู้บริหารพรีเมียร์ลีกกล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ “เราทราบดีว่าผู้คนที่นั่นคลั่งไคล้ฟุตบอล และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีประเทศสิงคโปร์ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะไปจัดกิจกรรมและพบปะแฟนๆ ของเราด้วย 3 ทีมชั้นนำที่เรามี”

ทัวร์นาเม้นท์นี้เป็นแข่งแบบน็อคเอาท์ โดยจะเปิดฉากวันแรกในวันพุธที่ 15 ก.ค.และรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. ที่สนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นสนามใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ เมื่อเดือนมิถุนายน 2014 โดยมีความจุถึง 55,000 คน และใช้พื้นสนามแบบ Desso GrassMaster ซึ่งเป็นเทคนิคการปูหญ้าจริงผสมหญ้าเทียมเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความทนทานแบบ เดียวกันใช้ในเวมบลีย์และสนามฟุตบอลใหญ่ๆทั่วยุโรป

ทั้งนี้ บาร์เคลย์ส เอเชีย โทรฟี่ เป็นการแข่งขันในช่วงปรีซีซั่นก่อนที่จะเปิดฤดูกาลของศึกพรีเมียร์ลีก โดยจัดขึ้นในทุกๆ 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2003 และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่สิงคโปร์รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีประเทศสิงคโปร์

ทำเนียบแชมป์

2003 - เชลซี (ชนะจุดโทษ นิวคาสเซิล 5-4 ในเวลาเสมอ 0-0)

2005 - โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส (ชนะ ไทย 1-0)

2007 - พอร์ทสมัธ (ชนะจุดโทษ ลิเวอร์พูล 4-2 ในเวลาเสมอ 0-0)

2009 - ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 3-0)

2011 - เชลซี (ชนะ แอสตัน วิลลา 2-0)

2013 - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0)

.@Arsenal will play in the Barclays Asia Trophy in Singapore in July 2015. Details here: http://t.co/fh27Dlv1fa pic.twitter.com/aFbmy9dpLy
— Arsenal FC (@Arsenal) March 11, 2015

Topics