มาห์เรซเบิ้ล! จิ้งจอกสยามขย้ำแมวดำสุดมัน 4-2 นำฝูงชั่วคราว

เลสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีก 2015-16 ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเปิดบ้านถลุงซันเดอร์แลนด์สุดมัน 4-2 ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว

เคลาดิโอ รานิเอรี ผู้จัดการทีมป้ายแดงของทัพ 'จิ้งจอกสยาม' ตัดสินใจส่ง ชินจิ โอกาซากิ ดาวยิงคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก ไมนซ์ 05 ลงประเดิมเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกอย่างเป็นทางการทันที โดยจะมาจับคู่ในแดนหน้าร่วมกับ เจมี วาร์ดี้ และมี แดนนี ดริ๊งค์วอเตอร์, แอนดี คิง, ริยาด มาห์เรซ กับ มาร์ค อัลไบรท์ตัน คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ขณะที่ผู้มาเยือนของกุนซือ ดิค อัดโวคาท ตัดสินใจส่งนักเตะใหม่อย่าง ยูเนส กาบูล กับ เยเรเมน เลนส์ ลงประเดิมสนามนัดแรกอย่างเป็นทางการเช่นกัน นอกนั้นยังเป็นผู้เล่นแกนหลักจากฤดูกาลก่อน นำโดย คอสเทล ปันติลิมอน (ผู้รักษาประตู), เซบาสเตียน โคอาเตส, แจ็ค ร็อดเวลล์, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน และ เจอร์เมน เดโฟ

เปิดฉากมาได้เพียง 5 นาที กลายเป็นทีมเยือนที่มาได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ม้วนหนีตัวประกบบริเวณกลางสนาม ก่อนโยนยาวเข้ามาในเขตโทษ บอลชุลมุน 2-3 จังหวะจนทะลักออกไปเข้าทาง เจอร์เมน เดโฟ กลับตัวยิงด้วยขวาติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิล ออกหลังไป

จังหวะต่อเนื่อง จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา และเป็น อดัม จอห์นสัน รับหน้าที่เปิดโค้งเข้ามาในกรอบเขตโทษเสาไกลให้ ยูเนส กาบูล โหม่งเน้นๆเต็มศรีษะติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิล บอลกระดอนออกมาเข้าทาง แจ็ค ร็อดเวลล์ โหม่งซ้ำดาบสองก็ยังถูก ชไมเคิล พุ่งตะครุปเอาไว้ได้อีกเช่นเคย

แต่แล้วนาทีที่ 11 กลายเป็นเจ้าบ้านที่มาได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เจมี วาร์ดี้ ขึ้นโหม่งเช็ดบางๆ บอลไม่โดนใครพุ่งเช็ดเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เลสเตอร์ขึ้นนำ 1-0

Goal! ถัดมาในนาทีที่ 18 เลสเตอร์ ซิตี้ จัดการขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตั้งป้อมเปิดโค้งจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ริยาด มาห์เรซ โฉบโหม่งเช็ดเสียบเสาไกลเข้าไปไม่เหลือ ชนิดที่ คอสเทล ปันติลิมอน นายทวารของซันเดอร์แลนด์ทำได้เพียงแค่ยืนเซฟด้วยสายตา 

เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 25 เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สาม จากจังหวะที่ ริทชี เด ลาเอต์ ไหลบอลขึ้นหน้าให้ ริยาด มาห์เรซ ลากจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนโชว์สเต็ปดึงหลอกเข้าขวาจน ลี แคตเตอร์โมล เสียเหลี่ยมพุ่งเสียบล้มลงไป ทำให้ผู้ตัดสินไม่รอช้าวิ่งปรี่เข้ามาชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น มาห์เรซ ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด ช่วยให้เลสเตอร์ทิ้งห่างเป็น 3-0

ทดเจ็บครึ่งแรก เจ้าบ้านมาได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ ชินจิ โอกาซากิ ตอกส้นถวายพานให้ แดนนี ดริ๊งค์วอเตอร์ วิ่งมาซัดด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา ทิศทางบอลกำลังจะพุ่งเสียบเสาไกลอยู่แล้ว แต่ว่า คอสเทล ปันติลิมอน ยังปฏิกิริยาไวพุ่งปัดสุดปลายมือออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในครึ่งหลังยังเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกตั้งแต่ต้นเกม และในนาทีที่ 51 พวกเขาก็เริ่มเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ เจมี วาร์ดี้ ใช้ความคล่องตัวเลี้ยงเลาะจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ คอสเทล ปันติลิมอนในกรอบเขตโทษ ก่อนเลือกชิฟด้วยขวาข้ามหัวนายด่านทีมชาติโรมาเนีย แต่ว่าบอลติดไซร้ก้อยไหลผ่านเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

แต่แล้วนาทีที่ 60 ซันเดอร์แลนด์ มาได้ประตูจุดประกายความหวัง จากลูกที่ อดัม จอห์นสัน บรรจงไหลถวายพานเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เจอร์เมน เดโฟ จับแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนแปด้วยขวาเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบคม ช่วยให้แมวดำตีไข่แตกเป็น 1-3

อย่างไรก็ตาม ถัดมาเพียง 6 นาที กลายเป็นเจ้าบ้านที่มาได้ประตูหนีห่างเป็น 4-1 จากจังหวะที่แนวรับทีมเยือเคลียร์สกัดออกมาไม่ดีไปเข้าทาง เจฟฟรีย์ ชลุปป์ เติมขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนไหลเข้าไปในเขตโทษให้  มาร์ค อัลไบรท์ตัน วิ่งย้อนกลับมาจับแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนพลิกกลับตัวยิงด้วยขวาเสียบเสาแรกเข้าไป

Goal!! นาทีที่ 71 ทีมเยือนไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อมาได้ประตูตีตื้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ อดัม แม็ทธิวส์ บรรรจงหยอดขึ้นหน้าเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ เยเรเมน เลนส์ กระดกต่อเข้ากลาง และเป็น สตีเวน เฟล็ทเชอร์ กองหน้าตัวสำรองชิงโหม่งตัดหน้าแนวรับเจ้าบ้านเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ซันเดอร์แลนด์ไล่มาเป็น 2-4 แต่ไม่ทัน

จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม ซันเดอร์แลนด์ ไปแบบสุดมัน 4-2 ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว โดยมี 3 คะแนนเท่ากับ คริสตัล พาเลซ, แอสตัน วิลลา, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ วัตฟอร์ด แต่มีประตูได้เสียดีกว่านั่นเอง

โปรแกรมนัดต่อไป เลสเตอร์ มิคิวบุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันเสาร์หน้า เวลา 21.00 น. ขณะที่ ซันเดอร์แลนด์ เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ นอริช ซิตี้ ในวันและเวลาเดียวกัน