มากับดวง! คิวพีอาร์แจกโชคมอบ o.g. สองเม็ดพาหงส์บุกเฉือน 2-3

ลิเวอร์พูล บุกไปคว้าชัยชนะเหนือควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แบบหืดจับ ในเกมที่พวกเขาโชคดีได้สกอร์จากการยิงเข้าประตูตัวเองของเจ้าบ้านถึง 2 ลูก

แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือเจ้าบ้าน วาง บ็อบบี้ ซาโมรา หอกจอมเก๋าอดีตทีมชาติอังกฤษ ยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี ลีรอย เฟอร์, คาร์ล เฮนรี และ ชาร์ลี ออสติน คอยสนับสนุนเกมรุกอยู่แดนกลาง

ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการส่ง เอ็มเร ชาน มิดฟิลด์ชาวเยอรมันลงเป็นตัวจริง โดยมีสามประสานในแนวรุกเป็น อดัม ลัลลานา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ มาริโอ บาโลเตลลี

เริ่มเกมมาเป็นฝั่งคิวพีอาร์ที่มีโอกาสก่อน ในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ ออสติน ลุยแหวกแนวรับลิเวอร์พูลเข้าไปอย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะได้หลุดเดี่ยวไปดีดด้วยขวา แต่บอลไปติดตัวของ ซิมง มิโญเลต์ นายด่ายหงส์แดงเซฟเอาไว้ได้ แม้ว่าดาวยิงหมายเลข 9 จะพยายามตามไปซ้ำแล้วแต่บอลก็ไม่เข้ากรอบอย่างน่าเสียดาย

ถัดมานาทีที่ 27 เจ้าบ้านพลาดโอกาสทองในการยิงออกนำไปอย่างไม่น่าเชื่อ จากจังหวะที่ ซาโมรา สไลด์บอลจากฝั่งขวาตบเข้ากลางให้ เฟอร์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายในระยะเผาขน แต่บอลกลับเช็ดคานออกหลังไปแบบน่าผิดหวัง

หลังจากนั้นยังเป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมบุกได้มากกว่า และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาทีที่ 33 จากจังหวะที่ ซาโมรา โยนจากกราบขวาให้ เฟอร์ ขึ้นโขกบอลไปชนคานอย่างจัง ก่อนที่บอลจะชุลมุนอยู่หน้าปากประตู และเป็น มาร์ติน สเคอร์เทล ที่สะกัดบอลออกจากเส้นไปได้อย่างหวุดหวิด

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 42 ทหารเสือราชินี ได้ลุ้นเจาะตาข่ายหงส์แดงอีกครา จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางกราบขวาของ ซาโมรา แต่หอกวัย 33 กะรัตกลับปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาอีก 2 นาทีกลับเป็บลิเวอร์พูลที่เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ บาโลเตลลี จ่ายบอลให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อคหลบแนวรับคิวพีอาร์ ก่อนจะได้ปั่นเรียดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ แต่บอลกลับโค้งเฉี่ยวเสาออกไปฉิวเฉียด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังมาได้เพียงนาทีเดียว คิวพีอาร์มีจังหวะลุ้นประตูอีกครั้ง จากลูกที่ แม็ตต์ ฟิลลิปส์ เปิดจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ เดยัน ลอฟเรน กองหลังลิเวอร์พูลโหม่งสะกัดไม่ดีมาเข้าทาง ซานโดร ได้ซัดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษเต็มข้อ แต่ยังโดน มิโญเลต์ พุ่งปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

จากนั้นนาทีที่ 61 หงส์แดงพลาดโอกาสทองในการบุกมานำทหารเสือราชินีแบบไม่น่าเชื่อ จากจังหวะที่ ลัลลานา ได้เอี้ยวตัวแปด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ นายด่านของเจ้าบ้านอย่าง อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ พุ่งปัดบอลมาเข้าทาง บาโลเตลลี ที่ยืนรออยู่โล่งๆ แต่กลับแปซ้ำในระยะเผาขนข้ามคานไปอย่างน่าผิดหวัง

แต่แล้วในนาทีที่ 67 ทีมเยือนก็มาพังประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะได้ฟรีคิกทางกราบขวา ก่อนที่ สเตอร์ลิง จะฉวยโอกาสเล่นเร็วส่งบอลให้ เกล็น จอห์นสัน ได้เปิดเรียดเข้าเขตโทษ และเป็น ริชาร์ด ดันน์ กองหลังจอมเก๋าของเจ้าบ้านที่สะกัดพลาดส่งบอลเข้าประตูตัวเองไป ทำให้ลิเวอร์พูลบุกมานำ 1-0

หลังจากเสียประตู คิวพีอาร์พยายามบุกเอาคืนเพื่อยิงตีเสมอให้ได้ และเกือบทำสำเร็จ ในนาทีที่ 75 จากจังหวะที่ ซาโมรา พักบอลในกรอบเขตโทษก่อนจะคืนย้อนมาแถวสองให้ ออสติน ได้ปั่นเรียดด้วยขวา แต่ มิโญเลต์ ยังยอดเยี่ยมทิ้งตัวปัดบอลออกข้างไปได้

กระทั่งในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 87 เจ้าบ้านก็มาทำประตูตีเสมอจนได้ จากจังหวะที่ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ตัวสำรองดีดไซด์ก้อยเปิดบอลเข้าเขตโทษจากกราบขวา ก่อนที่ ออสติน จะโหม่งชงกลับมาให้หอกทีมชาติชิลี วิ่งมาเข้าฮอร์สจ่อเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

แต่แล้วในอีก 3 นาทีถัดมา ลิเวอร์พูลก็มาพังประตูขึ้นนำได้อีกครั้ง จกาจังหวะสวนกลับเร็ว และเป็น เจอร์ราร์ด ที่ไหลบอลออกฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ ลากตัดเข้าในก่อนจะซัดเรียดเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ทีมเยือนบุกมานำอีกครั้งที่ 2-1

แม้ว่าเกมจะเข้าสู่ทดเจ็บแล้ว แต่คิวพีอาร์ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อมาพังประตูตีเสมอได้อีกครั้ง ในนาทีที่ 92 จากจังหวะที่ เฟอร์ เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าไป และเป็น วาร์กัส ที่โฉบมาโหม่งที่เสาแรกส่งบอลผ่านมือ มิโญเลต์ เข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 2-2

เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยการเสมอกันอยู่แล้ว แต่ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย กลับเป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ประตูชัยแบบโชคช่วย จากจังหวะที่ คูตินโญ ดีดบอลขึ้นทางให้ สเตอร์ลิ่ง ลากจากฝั่งซ้ายไปตบเข้ากลาง แต่ สตีเวน คอลเกอร์ กองหลังเจ้าบ้านกลับสะกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทำให้หงส์แดงบุกมาเอาชนะไปได้แบบหืดจับ 3-2 เก็บสามแต้มแซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต้ด ขึ้นมารั้งอันดับ 5 เรียบร้อย

Topics