มายฮิลล์สุดหนึบ! ผีพ่ายเวสต์บรอมฯคารังสองปีติด 0-1

โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลายเป็นรโรงละครแห่งความฝัน (ร้าย) อีกครั้ง เมื่อปีศาจแดงแพ้คาบ้านต่อเดอะ แบ็กกี้ส์เป็นปีที่สองติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1959

หลุยซ์ ฟาน กัล กุนซือเจ้าบ้าน ตัดสินใจส่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี หอกจอมเก๋าชาวดัตช์ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรกในรอบหลายเดือน หลังจากบาดเจ็บไปนาน โดยจะลงมาจับคู่ในแดนหน้า เวย์น รูนีย์ ส่วน ดาลีย์ บลินด์ ถูกโยกไปยืนแบ็คซ้ายแทน ลุค ชอว์ ที่หลุดจากทีมไปเนื่องจากสภาพความฟิตไม่พร้อมลงสนาม

ด้านทีมเยือนของ โทนี พูลิส นำทัพมาโดย ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เด็กปั้นของปีศาจแดงที่ได้กลับมาเยือนโอลด์ แท็ฟฟอร์ด ในฐานะคู่แข่งเป็นครั้งแรก โดยกองกลางทีมชาติสก็อตแลนด์จะสวมปลอกแขนกัปตันทีมและเป็นหัวใจในแดนกลางคอยสนับสนุนตัวรุกอย่าง คริส บรันท์, เคร็ก การ์ดเนอร์ และไซโด้ เบราฮิโน

เริ่มเกมมาเป็นยูไนเต็ดที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้มากกกว่า โดยมีโอกาสใกล้เคียงในการออกนำมากที่สุด ในนาทีที่ 15 จากจังหวะที่ อันเดร์ เอร์เรรา เปิดบอลจากกราบขวาให้ ฟาน เพอร์ซี กลับตัวยิงจากหน้ารกอบเขตโทษไปติดเซฟของ โบอาซ มานยฮิลล์ มาเข้าทาง แอชลีย์ ยัง ซ้ำไปติดบล็อคของ เคร็ก ดอว์สัน ข้ามคานไปแบบได้ลุ้น

3 นาทีต่อมา ปีศาจแดงมีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ ยัง กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนจะจ่ายเรียดเข้ากลางให้ ฟาน เพอร์ซี ตวัดแปด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บอลหลุดเสาแรกออกไปหวุดหวิด

หลังจากนั้นยังเป็นเจ้าบ้านที่พับสนามบุกอยู่แทบจะข้างเดียว และมีจังหวะหวดเสียวให้ได้ลุ้นในช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก จากจังหวะที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย กึ่งยิงกึ่งผ่านผ่านจากกราบขวาไปโดน มายฮิลล์ ชกทิ้งมาเข้าทาง เอร์เรรา วอลเลย์สวนจากแถวสอง แต่บอลเหินข้ามคานอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบ 45 นาทีแรกด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นยูไนเต็ดที่เปิดเกมรุกได้มากกว่าแบบชัดเจน แต่แล้วกลับต้องมาเสียประตูแบบไม่คาดคิด ในนาทีที่ 63 จากลูกฟรีคิกที่ บรันท์ ซัดไปแฉลบ โยนาส โอลส์สัน ซึ่งไปยืนแทรกอยู่ในกำแพง ทำให้บอลเข้าไปตุงตาข่ายชนิดที่ ดาบิด เด เฮอา ยืนขาตายหมดสิทธิ์ป้องกัน ส่งผลให้เวสต์บรอมฯบุกมานำ 1-0

หลังจากเสียประตู ยิ่งทำให้ปีศาจแดงกระหนำโหมบุกหนักยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่งนาทีที่ 74 ก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ วาเลนเซีย เปิดบอลทางฝั่งขวาไปโดนอขนของ เบราฮิโน แต่ ฟาน เพอร์ซี กลับรับหน้าที่สังหารไปโดน มายฮิลล์ พุ่งถูกทางปัดทิ้งออกข้างไปได้อย่างยอดเยี่ยม

สุดท้ายแล้วบรรดาแนวรุกของเจ้าบ้านกลับไม่สามารถทำอะไรแผงเกมรับของเดอะ แบ็กกี้ส์ได้เลย ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนที่บุกมาคว้าชัยยังโรงละครแห่งความฝันเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 40 แต้ม ยังรั้งที่ 10 เหมือนเดิม ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหยุดอยู่อันดับ 4 มี 65 คะแนนเท่าเดิม ยังต้องลุ้นหนักในการคว้าโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป