มุ้ยช่วยไม่ไหว! เออิบาร์ฟอร์มเข้าฝักผลักอกอัลเมเรียล้มหงายเงิบ 5-2

แม้ เอล แดงดา จะถูกส่งสนามเต็มเกมในครึ่งหลัง แต่ก็ไม่สามารถช่วยพลิกเกมให้อัลเมเรียแซงกลับมาเอาชนะได้ ทำให้โดนทีมน้องใหม่ฟอร์มแรงถล่มไปแบบยับเยิน

กาอิซก้า การิตาโน กุนซือเจ้าบ้าน จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ใช้ เฟเดริโก้ ปิโอวัคคารี หอกชาวอิตาเลียนยืนเป้นหน้าเป้า คอยประสานร่วมกับสามกองกลางตัวรุกอย่าง มานู เดล โมรัล, มิเกล อาร์รัวบาร์เรนา และ ซาอูล เบร์ฆอน

ด้านทีมเยือนของ ฟรานซิสโก้ โรดริเกวซ ยังคงไว้วางใจให้ โทเมอร์ เฮเหม็ด ลงจับคู่ในแดนหน้ากับ ธิอาวี บิฟูมา อีกครั้ง

ส่วนดาวยิงขวัญใจชาวไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ทำได้แค่นั่งรอโอกาสที่ข้างสนามเหมือนเดิม เริ่มเกมมาได้เพียง 3 นาทีเท่านั้น เป็นฝั่งเอบิบาร์ที่สามารถพังประตูออกนำได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ โบเวด้า แบ็คขวาจ่ายขนานเส้นจากแดนตัวเองให้ ปิโอวัคคารี เบียดเอาชนะ อังเคล ตรูฆิโย กองหลังอัลเมเรียแล้วลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยซ้าย บอลเรียดผ่านมือ รูเบน มาร์ติเนซ เข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

หลังจากเสียประตู ทำให้ทีมเยือนต้องตั้งเกมรุกเพื่อลุ้นตีเสมอมากขึ้น และมีโอกาสใกล้เคียงที่สุด ในนาทีที่ 16 จากจังหวะที่ เวลลิงตัน ซิลวา ครอสจากกราบขวาเข้าเขตโทษให้ เฮเหม็ด โฉบมาโขกเต็มหัว แต่บอลเบาเกินไปทำให้ตรงตัว ชาบี อิรูเรต้า นายด่านเออิบาร์รับเข้าซองสบาย

แต่แล้วกลับเป็นเจ้าบ้านที่มาบวกลูกที่สองเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ ดานี การ์เซีย จ่ายทะลุช่องจากกลางแดนตัวเองให้ เบร์ฆอน กระชากขึ้นมาทางกราบซ้ายก่อนจะแต่งหาเหลี่ยมยิงด้วยขวา บอลไปแฉลบ ฟราน เบเลซ กองหลังอัลเมเรียเปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้เออิบาร์หนีห่างเป็น 2-0

หลังนำห่างไปถึงสองลูก ทีมน้องใหม่ฟอร์มแรงก็เริ่มได้ใจ เมื่อมาใส่สกอร์ที่สามทิ้งห่างออกไปอีก ในนาทีที่ 31 จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ เบร์ฆอน เปิดให้ ราอูล อัลเบนโตซา โขกเช็ดบางๆเข้าไป ส่งให้เจ้าบ้านนำห่างเป็น 3-0

แต่อัลเมเรียยังไม่ยอมง่ายๆ เมื่อมาตีไข่แตกได้สำเร็จ ในนาทีที่ 43 จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ โคโรนา เปิดเข้าไป บอลชุลมุนอยู่หน้าประตูก่อนจะมาเข้าทาง เฟร์นานโด โซเรียโน มิดฟิลด์จอมเก๋าที่ลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ ธิอาวี ก่อนหน้านี้ 9 นาที จิ้มด้วยซ้ายจ่อๆเข้าไปให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-3 กระทั่งจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังสิ่งที่แฟนบอลไทยต้องการก็มาถึง เมื่อ ธีรศิลป์ ถูกส่งลงมารับหน้าที่เขี่ยลูกเริ่มเล่นทันที โดยคนที่ถูกถอดออกไปเป็น เฮเหม็ด ที่โชว์ฟอร์มไม่ออกอีกตามเคย หลังการลงสนามมาของ เอล แดงดา ทำให้เกมรุกของอัลเมเรียดูวูบวาบขึ้นทันตาเห็น เมื่อมีลุ้นได้ประตูตีตึ้น ในนาทีที่ 51 จากจังหวะที่ โคโรนา ไหลให้ โซเรียโน ลองส่องไกลด้วยขวา แต่บอลพุ่งเฉี่ยวสามเหลี่ยมออกไปนิดเดียว

แต่ทีมเยือนกลับต้องมาเสียประตูจากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายอีกครั้ง ในนาทีที่ 57 โดยเป็น มานู ทีเปิดลึกไปเสาสองให้ ราอูล นาบาส สลัดหนีตัวประกบอย่าง ตรูฆิโย ก่อนจะขึ้นโขกเต็มหัวเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้เออิบาร์นำห่างเป็น 4-1 หลังจากนั้น เจ้าบ้านยังมาบวกลูกที่ห้าเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 74 จากจังหวะที่ มิเนโร ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนจะตบเข้ากลางให้ มานู ปล่อยบอลลอดขาให้ อันเดร์ กาปา กดด้วยขวาเต็มข้อเข้าไปให้เออิบาร์หนีห่างเป็น 5-1

แต่ทีมเยือนยังไม่ถอดใจ เมื่อมาได้ประตูตีตึ้น ในนาทีที่ 77 จากการขึ้นเกมทางฝั่งขวา และเป็น เวลลิงตัน ที่ไหลย้อนมาให้ ชิโม นาบาร์โร โยนยาวเข้าเขตโทษให้ เอ็ดการ์ เมนเดซ ตัวสำรองคนสุดท้ายเอี้ยวตัวแปเหน่งๆเข้าไปให้อัลเมเรียไล่มาห่างๆเป็น 2-5 สุดท้ายจบเกมเป็นเจ้าบ้านที่เปิดรังถล่มทีมเยือนไปแบบขาดลอยถึง 5-2 เก็บเพิ่มเป็น 19 แต้ม แซงแอธเลติก บิลเบาขึ้นมารั้งที่ 9 แล้ว ส่วนอัลเมเรียยังต้องดิ้นรนหนีโซนตกชั้นในอันดับที่ 17 ต่อไป

Topics