งานหิน! ปืนกระบอกแตกโดนโมนาโกบุกรัวใส่คาถิ่น 1-3

เรียกว่าเจองานเข็นครกขึ้นภูเขาในนัดที่สองเสียแล้ว สำหรับทัพกันเนอร์ส หลังพ่ายคาเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมต่อทีมดังแห่งลีกเอิงแบบแทบจะหมดรูปเลยทีเดียว

อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือเจ้าบ้าน ปรับตัวผู้เล่นจากเกมก่อนที่บุกชนะคริสตัล พาเลซ 2-1 เพียงแค่ 2 รายในตำแหน่งฟูลแบ็ค คือ เอคตอร์ เบลเลริน และ คีแรน กิ๊บบ์ส ที่ได้โอกาสลงเล่นแทน คาลัม แชมเบอร์ส และ นาโช มอนเรอัล ส่วนแนวรุกเป็นหน้าที่ของสี่ยอดกุมารอย่าง แดนนี เวลเบ็ค, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, เมซุต โอซิล และอเล็กซิส ซานเชซ เหมือนเดิม

ด้านทีมเยือนของ เลโอนาร์โด้ ยาร์ดิม นำทัพมาโดย ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ดาวเตะชั้นเชิงแพรวพราวซึ่งเคยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับสเปอร์สและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยจะลงทำเกมรุกร่วมกับ เจา มูตินโญ, นาบิล ดิราร์ และ แอนโทนี มาร์ทิอัล

เริ่มเกมมาเป็นอาร์เซนอล ที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้มากกว่า แต่แล้วกลับต้องมาโดนทีเด็ดของโมนาโกจนเสียประตู ในนาทีที่ 38 จากจังหวะที่ มูตินโญ จ่ายให้ กูฟฟรีย์ คอนด็อกเบีย ซัดไกลด้วยซ้าย ก่อนที่บอลจะพุ่งไปแฉลบ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทีมเยือนบุกมานำ 1-0 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง สถานการณ์ยิ่งเข้าทางทีมดังจากลีกเอิงเข้าไปอีก เมื่อมาบวกลูกที่สองเพิ่ม จากจังหวะที่ มาร์ทิอัล กระชากบอลสวนกลับเร็วขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนจะไหลถวายพานให้ เบอร์บาตอฟ สับไกด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้โมนาโกบุกมานำห่างเป็น 2-0

แต่ไอ้ปืนใหญ่ยังไม่ยอมง่ายๆ เมื่อมาตีไข่แตกได้สำเร็จ ในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+1 จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เก็บตกบอลจากแถวสองได้ ก่อนจะจัดการเอี้ยวตัวปั่นด้วยขวาบริเวณหัวกะโหลก ส่งบอลโค้งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 1-2

เกมทำท่าว่าจะจบด้วยผล 1-2 อยู่แล้ว แต่ทีมดังจากลีกเอิง ยังมากดประตูที่สามปิดท้ายได้อีก จากจังหวะที่ เบร์นานโด ซิลวา ตัวสำรอง ไหลบอลกลางสนามริมเส้นฝั่งขวาให้ ยานนิค คาร์ราสโก้ กระชากไปยิงเรียดด้วยขวา ส่งบอลพุ่งเช็ดเสาเข้าไปอย่างเฉียบคม ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นโมนาโกที่บุกมาเอาชนะไปได้ 3-1 โดยนัดสองจะโยกไปเตะที่สต๊าด หลุยส์ ที่ 2 บ้าง ในคืนวันอังคารที่ 17 มีนาคมนี้

Topics