โด้สร้างสถิติ!ราชันบุกอัดเสือใต้เละ 4-0(5-0) ลิ่วชิงUCL

มาดริดมาได้สองประตูจากรามอสและอีกสองประตูประวัติศาสตร์ของโรนัลโด ที่ซัดในชปล.ภายในฤดูกาลเดียวครบ 16 ประตูมากสุดตลอดกาล พร้อมทำให้อาถรรพ์ป้องกันแชมป์ยังคงดำเนินต่อไปอีกปี

เป๊บ กวาร์ดิโอลา ตัดสินใจถอดราฟินญา ไว้ที่ข้างสนามแล้วส่งโธมัส มุลเลอร์ ลงมาเล่นแทนโดยขยับฟิลิปป์ ลาห์ม กลับไปเล่นแบ็คขวาตามเดิมแล้วถอยโทนี ครูส ลงมาเป็นกลางตัวรับคู่กับบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ขณะที่หน้าเป้ายังคงเป็นมาริโอ มานด์ซูคิช เช่นเคย
ฝั่งทีมเยือนของกุนซือคาร์โล อันเชล็อตติ มีข่าวดีเมื่อได้แกเร็ธ เบล กลับมายืนเป็นสามประสานร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด และคาริม เบนเซมา อีกครั้ง ส่วนดาวดังคนอื่นก็ยังอยู่กันพร้อมหน้านำโดยอิเกร์ กาซิยาส ,เซร์คิโอ รามอส และลูก้า โมดริช
เริ่มเกมมาเป็นทางด้านเจ้าบ้านที่โหมบุกใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่ทว่ากลับเป็นมาดริดที่เกือบมาได้ประตูก่อน ในนาทีที่ 9 จากจังหวะที่มานูเอล นอยเออร์ ออกมาตัดบอลพลาดทำให้บอลหลุดไปเข้าทางแกเร็ธ เบล แต่งหนึ่งจังหวะก่อนจะวอลเลย์จากระยะประมาณ 40 หลาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป
และในนาทีที่ 16 แฟนบอลเสือใต้ก็ต้องมาเงียบกริบกันทั้งสนาม จากจังหวะลูกเตะมุมและเป็นลูก้า โมดริช ที่รับหน้าที่เปิดเข้าไปในเขตโทษให้เซร์คิโอ รามอส ทะยานมาโขกเต็มศีรษะส่งบอลพุ่งเข้าประตูไป ช่วยให้เรอัล มาดริดขึ้นนำ 1-0
หลังจากนั้นอีกเพียงแค่ 4 นาที มาดริดก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะฟรีคิกทางฝั่งขวาอังเคล ดิ มาเรีย รับหน้าที่เปิดบอลโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษให้กับเปเป้ โหม่งสะกิดก่อนบอลจะไปเข้าหัวเซร์คิโอ รามอส พุ่งโหม่งสวนตัวมานูเอล นอยเออร์ เข้าประตูไป ช่วยให้เรอัล มาดริดหนีห่างเป็น 2-0 และก็เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
และในนาทีที่ 34 มาดริดก็มาบวกประตูที่ 3 จนได้ จากจังหวะที่สวนกลับเร็วและเป็นคาริม เบนเซมา จ่ายทะลุช่องไปให้กับแกเร็ธ เบล กระชากหนีกองหลังบาเยิร์นก่อนจะปาดไปทางซ้ายให้คริสเตียโน โรนัลโด วิ่งเติมขึ้นมาแปด้วยขวาง่ายๆ เข้าประตูไป ให้เรอัล มาดริดทิ้งห่างเป็น 3-0 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลังรูปเกมเริ่มผ่อนลงบ้างหลังผลัดกันบุกอย่างสนุกเมื่อครึ่งแรก และในนาทีที่ 53 เป็นเจ้าบ้านที่เกือบมาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่เดวิด อลาบา ได้วอลเลย์ในกรอบเขตโทษแต่รามอสยังใช้หัวสกัดออกหลังไปได้
โดยช่วงท้ายเกมก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่เดินหน้าบุกหวังทวงประตูตีไข่แตกให้ได้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่สามารถเจาะผ่านแนวรับทีมเยือนเข้าไปพังประตูได้
เรอัล มาดริดมาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกฟรีคิกและคราวนี้เป็นโครสอีกแล้วที่ทำฟาวล์โรนัลโด้ก่อนที่ที่เจ้าตัวจะรับหน้าที่สังหารแบบเรียดบอลพุ่งไปตุงตาข่ายช่วยให้ทีมเยือนทิ้งห่างไปเป็น 4-0 และเป็นประตูที่สองของปีกชาวโปรตุกีสในเกมนี้และเป็นประตูที่ 16 ในแชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย
จบเกมเรอัล มาดริดบุกถล่มบาเยิร์น มิวนิคไปอย่างขาดลอย 4-0 สกอร์รวม 5-0 พร้อมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีหนนี้ โดยนัดชิงจะจัดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส
Topics