OFFICIAL : “พลังเอ็ม”ตั้ง “โค้ชดำ” นั่งกุนซือจนจบซีซั่น

โอสถสภาตัดสินใจแต่งตั้งอดีตนักเตะทีมชาติไทยชุดดรีมเป็นโค้ชคนใหม่แล้ว หลังแยกทางกับเตโก้ในช่วงก่อนหน้านี้

ตามที่ “พลังเอ็ม”โอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ ทีมดังในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ประกาศแยกทางกับ “เตโก้”สเตฟาโน่ คูกูร์ร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวบราซิลหลังจากทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจปัจจุบันรั้งอันดับ 10 ของตารางคะแนนและกระเด็นตกรอบฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ และช้างเอฟเอคัพ

ล่าสุดเมื่อ25 ส.ค. ที่สนามซ้อมโอสถสภา ภายในหมู่บ้านธนารมณ์ เขตสายใหม “บิ๊กอรรถ”ธัชรินทร์ โอสถานุเคราะห์ ผู้จัดการทีม “พลังเอ็ม”โอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ เปิดตัว “โค้ชดำ”กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์ อดีตนักเตะทีมชาติไทยเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ โดยมี “โค้ชโต่ย”ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

“บิ๊กอรรถ” กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าสโมสรได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยบอร์ดบริหารมองว่าศักยภาพของทีมนั้นมีดีพอที่จะอยู่ในอันดับเลขตัวเดียวรวมทั้งต้องผ่านเข้ารอบฟุตบอลถ้วยสองรายการอย่างน้อยถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ว่า เตโก้ พาทีมตกรอบทั้งสองรายการ นอกจากนี้ยังอยู่ที่ 10 ของตารางจึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

“เราได้ให้โอกาสโค้ชทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว และที่สำคัญบอร์ดบริหารไม่เคยเข้าไปยุ่งในการเลือกผู้เล่นเข้าสู่ทีม แต่ผลงานจากการเริ่มเลกสองที่ผ่านมานั้นเห็นได้ว่าโค้ชไม่สามารถทำตามที่บอร์ดบริหารต้องการได้จึงต้องแยกทางกันไปด้วยการเข้าใจทั้งสองฝ่าย”

“การเข้ามาของโค้ชดำผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วจากบอร์ดบริหารจากนี้เหลืออีกราว 2 สัปดาห์ฟุตบอลลีกจะกลับมาเตะอีกครั้งเชื่อว่าโค้ชจะปรับแต่งทีมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แน่นอนว่าเป้าหมายของเรายังเหมือนเดิมเพราะศักยภาพของผู้เล่นไม่ด้อยกว่าทีมอื่นในลีกเท่าไหร่นัก ผมเชื่อว่าเรามีลุ้นติด 1-6 ด้วยซ้ำ”

“ส่วนเรื่องสัญญาโค้ชนั้นเราขอดูผลงานไปจนจบฤดูกาลนี้เสียก่อน หลังจากจบซีซั่นเราจะนั่งพูดคุยอีกครั้งว่าผลงานเป็นเช่นไร หลังจากนั้นคงเป็นจะเป็นการพูดคุยเรื่องสัญญาต่อไป”นายใหญ่ พลังเอ็มกล่าว

ด้าน “โค้ชดำ” กล่าวว่าที่ผ่านมาตนได้รับการติดต่อจากหลายสโมสรทุกลีก แต่เนื่องจากติดภาระกิจกับงานที่ทำอยู่ประจำทำให้ต้องปฏิเสธไป ถือเป็นโชคดีที่ตอนนี้ตนเคลียร์งานประจำไปหมดแล้วจึงตอบรับงานที่โอสถสภาฯ

“ผมติดตามผลงานสโมสรมาตลอดและเห็นจุดเด่นรวมถึงจุดด้อยที่ต้องปรับหลายอย่าง ถือเป็นความท้าทายอย่างมากในฐานะผู้ฝึกสอนที่ได้รับเกียรติให้มาร่วมงานกับสโมสรเก่าแก่ของไทยลีก แน่นอนว่าการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ กับผู้คนใหม่ๆ ย่อมมีความกดดันและอาจมีการตั้งคำถามจากนักเตะภายในทีมแต่ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นมืออาชีพจะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไม่ยาก”

“ส่วนเรื่องความกดดันนั้นเป็นธรรมดาที่ต้องมีบ้างแต่ด้วยศักยภาพของผู้เล่นเหลือเพียงการเติมทีมเวิร์คเข้าไปให้มากกว่านี้ทีมจะทำผลงานดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยส่วนตัวผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและมั่นใจว่าทุกคนในทีมจะเต็มที่ไปพร้อมกัน” หัวหน้าผู้ฝึกสอนพลังเอ็มกล่าว