OFFICIAL: ราฟา เบนิเตซคืนรังเก่าคุมราชัน 3 ปี

หลังจากเติบโตมาจากทีมเยาวชนของเรอัลมาดริด ราฟา เบนิเตซ คืนรังเก่าซานเตียโก้ เบอร์นาเบล พร้อมหลายรางวัลการันตีความสามารถเพื่อนำทัพราชัน

 

ราชันชุดขาวเปิดตัว ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นโค้ชคนใหม่อย่างเป็นทางการ

เรอัลมาดริด แถลงผ่านเว็บไซต์ ต้อนรับการกลับมาของกุนซือที่ประสบความสำเร็จและเคยมีประสบการณ์ในฐานะนักเตะเยาวชนเรอัลมาดริดจนสามารถเข้าถึงสปิริตราชัน ราฟา เบนิเตซ วัย 55 ปี ตัดสินใจเซ็นสัญญาคุมทีม 3 ปีกับราชันชุดขาวเมื่อช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น

ราฟา เบนิเตซ คว้าแชมป์อย่างน้อย 1 รายการในการคุมทุกทีม 5 ทีมหลังสุด

ราฟา เบนิเตซ เคยผ่านการคุมทีมใหญ่ทั้งในสเปน อิตาลี และอังกฤษ นอกจากนี้ยังเป็นโค้ชชาวสแปนิชเพียงคนเดียวที่เคยคุมเกม 100 นัดในยูโรเปี้ยนคัพ และด้วยความสามารถในการวางแท็กติกอันโดดเด่น ความทุ่มเทไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และอดีตปราการหลังที่อ่านเกมได้ยอดเยี่ยม เบนิเตซจึงเป็นหนึ่งในสุดยอดกุนซือฟุตบอลในโลกนี้

บ้านเกิด

นอกจากจะมีประสบการณ์ฟุตบอลและถ้วยรางวัลการันตีความสำเร็จ เบนิเตซที่เคยเป็นดาวรุ่งพรสวรรค์ของราชันชุดขาวและเติบโตมากับทีม ยังเข้าใจระบบทีมและวัฒนธรรมของเรอัลมาดริดได้เป็นอย่างดี

เบนิเตซผ่านการบ่มเพาะจากอคาเดมี่เยาวชนของเรอัลมาดริดตั้งแต่อายุ 13-20 ปี และยังใช้เวลาช่วงที่เป็นนักเตะรับหน้าที่ฝึกสอนและคุมทีมเยาวชนตลอด 9 ฤดูกาล ก่อนที่จะรับตำแหน่งโค้ชของทีมคาสตีญ่า หรือทีมเรอัลมาดริดชุดสำรองที่เล่นอยู่ในเซกุนด้า เบ ก่อนจะกลายเป็นผู้ช่วยโค้ชในทีมชุดใหญ่ของเรอัลมาดริดในฤดูกาล 0993/94

ราฟา อำลามาดริดในปี 1995 และย้ายไปรับงานคุมทีมเรอัล บายาโดลิด, โอซาซูน่า และแอ็กเตรมาดูร่า ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ลา ลีกากับเตเนริเฟ่ จากนั้นในปี 2001 ได้ย้ายมาคุมทีมบาเลนเซีย และนำทีมค้างคาวคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัยและยูโรป้า ลีก 1 สมัยในการคุมทีม 3 ปี

ประวัติการคุมทีม

1986-1995: อคาเดมี่ เรอัลมาดริด 
1995-1996: เรอัล บายาโดลิด
1996-1997: โอซาซูน่า
1997-1999: แอ็กซเตรมาดูร่า
2000-2001: เตเนริเฟ่
2001-2004: บาเลนเซีย
2004-2010: ลิเวอร์พูล
2010-2010: อินเตอร์มิลาน
2012-2013: เชลซี
2013-2015: นาโปลี
2015- : เรอัล มาดริด

 

แชมเปี้ยนส์ลีก

ราฟา เบนิเตซ รับงานคุมทีมลิเวอร์พูลเมื่อช่วงฤดูร้อนของปี 2004 และพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปตั้งแต่ฤดูกาลแรกของการคุมทีม หลังจากนั้นอีก 6 ฤดูกาลที่แอนฟิลด์ ราฟานำทีมหงส์แดงคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ, คอมมิวนิตี้ ชีลด์ และเอฟเอคัพ นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าในปี 2004 และ 2005 

หลังจากอำลาลิเวอร์พูล ราฟาก้าวสู่เซเรีย อา ด้วยการคุมทีมอินเตอร์มิลานคว้าแชมป์คลับเวิลด์ คัพ และอิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ

ประวัติการคว้าแชมป์


- ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย (2005 ลิเวอร์พูล)
- คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย (2010 อินเตอร์มิลาน)
- European Super Cup ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย (2005 ลิเวอร์พูล)
- ยูโรป้า ลีก 2 สมัย (2004 บาเลนเซีย และ 2013 เชลซี)
- ลา ลีกา 2 สมัย (2002 และ 2004 บาเลนเซีย)
- เอฟเอ คัพ 1 สมัย (2006 ลิเวอร์พูล)
- โคปปา เดอ อิตาเลีย 1 สมัย (2014 นาโปลี)
- อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย (2010 อินเตอร์มิลาน และ 2014 นาโปลี)
-  คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 1 สมัย (2006 ลิเวอร์พูล)

- รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า 2 สมัย (2004 และ 2005 ระหว่างการคุมทีมลิเวอร์พูล)

สามฤดูกาลล่าสุด

ราฟา เบนิเตซ กลับมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2012 ด้วยการรับตำแหน่งกุนซือสิงโตน้ำเงินครามเชลซี และนำทัพสิงห์บลูคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าคุมทีม 

ส่วนงานสุดท้ายเป็นการคุมทีมนาโปลี และในช่วง 2 ปีของการคุมทีม ราฟาพาทีมคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลียและอิตาเลียน ซูเปอร์คัพ หลังจากประสบความสำเร็จในหลายประเทศ ก็น่าจะถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาสร้างชื่อกับทีมบ้านเกิดของตัวเอง