OFFICIAL : ระดับโลก! วอริกซ์ เปิดตัวชุดช้างศึก, ใช้เทคโนโลยีเทียบเท่ายุโรป

ส.บอล จับมือ วอริกซ์ร่วมเปิดตัวชุดแข่งช้างศึก พร้อมชูเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลกใต้แนวคิดนักรบคนที่ 12

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13.30 น. สมาคมฟุตบอลฯ และ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวเสื้อแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “นักรบคนที่ 12” โดยมี 2 แบบด้วยกันคือ ไชยานุภาพ(ดำเหย้า) และ ปราบไตรจักร(ขาวเยือน) ที่ ลานอีเดน ศูนย์การค้า เซนทรัล เวิลด์

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด และนักฟุตบอลและนักฟุตซอลทีมชาติไทย นำโดย ชาริล ชัปปุยส์ ,อดุล หละโสะ, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล , กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, กฤษดา วงษ์แก้ว, คฑาวุธ หาญคำภา, มนัส มัตตอฮา,พงษ์ศักดิ์ คงแก้ว, ธนกร พลคำ และกุลสตรี ใจทน

สำหรับชุดแข่งขันทีมชาติไทยจะใช้สีดำเป็นชุดเหย้า และสีขาวเป็นชุดเยือน มีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี Combatec ซึ่งเป็นคุณภาพมาตรฐานระดับโลกที่ช่วยถ่ายเทความร้อนได้รวดเร็วขึ้น เนื้อผ้ามีรูระบายอากาศทั้งด้านข้าง และด้านหลังลำตัว ส่วนเนื้อผ้าเป็น Polyerter และ Spendex ที่รองรับความยืดหยุ่นได้ดี ขณะที่ผ้าชิ้นหนาของตัวเสื้อใช้วิธีการย้อมเส้นด้าย 2 สี ด้วยเทคนิค Caltionic Dye ทำให้มีสีสันสวยงาม และทนทานมากขึ้น 

นอกจากนี้ยังตัดเย็บรูปแบบใหม่แบบไร้ตะเข็บด้านข้างพร้อมปรับแพทเทิร์นมาอยู่บริเวณกลางลำตัวด้านหน้า ส่วนโลโก้มีน้ำหนักเบา ซึ่งทั้งหมดจะบรรจุด้วยบรรจุภัณฑ์สุดพิเศษในถุงสูทสีขาว

“เราชื่อว่าสิ่งที่เรานำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าในปีนี้เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่หาได้ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ผลิตคนไทยก็ได้ผลิตวัตถุดิบให้กับแบรนด์ดังๆในโลกหรือทีมฟุตบอลระดับโลก เช่น ทีมชาติในยุโรป ทีมชาติในฟีฟ่าหรือเวิร์ลคัพก็ทำมาตลอด แต่นักฟุตบอลไทยยังไม่เคยใช้สินค้าเหล่านี้” กรรมการผู้จัดการ วอริกซ์ เริ่มกล่าว

“เราตั้งใจที่จะให้นักฟุตบอลได้ใช้สินค้าดีๆแบบนี้ ซึ่งเส้นด้ายที่นำมาใช้เป็นเส้นด้ายที่ดีที่สุดที่ยังไม่ใครสามารถจดสิทธิบัตรได้ โดยเรามีการทำวิจัยกับผู้ผลิต และผมเชื่อว่านักฟุตบอลจะพึงพอใจ เพราะเขาได้ทดสอบแล้ว ก่อนเราผลิตนักฟุตบอลทุกคนพึงพอใจกับสินค้าตัวนี้”

เราเป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาให้นักฟุตบอลเราได้ใช้ รวมถึงเทคนิคการย้อมผ้าด้านหลัง และด้านหน้าเป็นคนละสี

“เราเป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาให้นักฟุตบอลเราได้ใช้ รวมถึงเทคนิคการย้อมผ้าด้านหลัง และด้านหน้าเป็นคนละสี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจไว้เพื่อให้นักฟุตบอลใส่เสื้อที่มีลวดลาย และการระบายอากาศที่ดีมีความสวยงามแบบไทยๆ เราตั้งใจจะให้คอนเซ็ปต์ดีไซน์เป็นสิ่งหนึ่งที่ให้นักฟุตบอลนำไปสอนเยาวชนได้ ไม่ว่าการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระนเรศวรที่ท่านรักษาเอกราชไว้” 

“ส่วนผ้าประเจียดที่แขนแสดงถึงความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ เรื่องสีดำคือสีที่รวมใจคนไทย ส่วนชายผ้าถุงแม้เป็นคอนเซ็ปต์นักรบแต่โบราณที่ให้เกียรติมารดา ให้เกียรติแม่ และรักษาสัญญาที่จะรบให้ชนะ แล้วกลับมากราบเท้าแม่อีกครั้งก็เป็นสิ่งที่รักษาขวัญกำลังใจของนักฟุตบอล และเราต้องการสื่อสิ่งเหล่านี้ให้เยาวชนเคารพมีความกตัญญูต่อพระคุณแม่ ต้องการสอนให้มีความรักสามัคคีมีวินัย และมุ่งมั่นเพื่อให้ได้ชัยชนะมาแบบสุภาพบุรุษ”

“เชื่อว่าใน 4 ปี นี้เราจะทำให้นักฟุตบอลเป็นแรงบันดาลใจ และสอนเยาวชนไทยไปได้อีกหลายๆเรื่อง” วิศัลย์ กล่าวปิดท้าย

สำหรับราคาเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย มีทั้งหมดสองสี ทำออกมาเป็น 3 แบบ คือ เสื้อเชียร์ (warrix cheer jersey) ราคา 390 บาท และชุดแข่งหลักซึ่งมีสองแบบ คือ ชุดแข่งสำหรับแฟนบอล (warrix replica) ราคา 890 บาท และชุดแข่งสำหรับหนักเตะ (warrix player grade) ราคา 1,990 บาท ซึ่งจะใส่ลงแข่งขันในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 พบกับ ซาอุดิอาระเบีย วันที่ 23 มีนาคม 2560

ส่วนวันจำหน่ายจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป สามารถสั่งซื้อเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยได้ที่ เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ ผ่านระบบ 24 Shopping , Super Sports, Ari, Lazada, Thai Ticket Major และร้านตัวแทนจำหน่ายทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 
Topics