โค้ชหรั่งเปิดส.บอลประชุมทีมงานหลังลงสมัครนายกลูกหนัง

หนึ่งในผู้สมัครนายกลูกหนังไทยคนสำคัญนัดทีมงานประชุมกันที่สมาคมฟุตบอลเป็นครั้งแรก ก่อนแถลงนโยบายต่อสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2016 ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตรองอธิบดีกรมพลศึกษา และอดีตกุนซือทีมชาติไทย หนึ่งใน 5 ผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นัดทีมงานที่ลงสมัครร่วมกันอาทิ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน มาประชุมกันที่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมี นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอล เข้าร่วมด้วย

“อ.หรั่ง" ถือเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประมุขลูกหนังไทยคนสำคัญ หลังจากได้อดีตทีมงานของ วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลคนล่าสุดที่อยู่ระหว่างถูกฟีฟ่าพักงาน เข้ามาร่วมสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาฯ สมาคมฟุตบอล ,ธีระพงษ์ วัฒนวงษ์ภิญโญ รองเลขาฯ สมาคมฟุตบอล ,ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานไทยพรีเมียร์ลีก

หลังจากพาทีมงานมาลงทะเบียนในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของวันปิดรับสมัครเมื่อ 11 มกราคมที่ผ่านมา อดีตกุนซือทีมชาติไทยก็ได้หารือทีมงานครั้งแรกโดยใช้ที่ทำการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นสถานที่ประชุม

ชาญวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า "ต้องขอบคุณสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก่อน ที่อนุญาตให้ใช้ห้องประชุมสมาคม เพราะว่าเร่งด่วน แล้วก็ความจริงไม่ได้ประชุมแต่ส่วนใหญ่คือหารือกันมากกว่า แนวทางการกำหนดนโยบายและช่วยกันทำงานเพื่อให้วงการฟุตบอลก้าวไกล"

“การสื่อสารไปยังลีกภูมิภาคคงต้องใช้เวลา ผมเองก็มาทีหลังพอสมควร หลายส่วนก็เดินหน้ากันแล้ว เวลาที่เหลือสำคัญที่สุดสำหรับผม นักฟุตบอลต่อเวลา 2-3 นาทีก็มีค่ามากๆ เพราะฉะนั้นก็จะไปขอความกรุณาจากลีกภูมิภาคทั้งหมด เท่าที่มีเวลา ส่วนจะได้รับความกรุณาไหม ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำให้กับพวกเขามา พัฒนาวงการฟุตบอลมา ผมเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือ ในการหารือ"

"ผมคงไม่บังคับ เขาอาจจะมีตัวเลือกแล้วหรือไม่มี ถ้ามีแล้วก็อยากให้ลองฟังนโยบาย มาหาข้อเสนอแนะ แก้ข้อผิดพลาด ในโอกาสต่อไป เราจะได้เสนอนโยบาย ถ้าเรามีโอกาสเข้ามาเราจะพัฒนาลีกภูมิภาคอย่างไร 5-6 ปีที่ผ่านมา ผมมีส่วนมาตลอด ผมไม่ได้คุยโม้โอ้อวด ผมก็ได้ทำงานกับคุณวิมล กาญจนะ มาตลอด ทั้งการอบรมโค้ช พัฒนาลีกให้แข็งแกร่ง รวมถึง การพัฒนาบุคลากรทางการกีฬา แนวนโยบายในการทำอุตสาหกรรมฟุตบอล การบริหารจัดการทีม รวมถึงกฏกติกา มารยาท เราก็ทำมาตลอด เราก็ขอความกรุณาว่าผมจะเข้าไปหาเหมือนครอบครัวฟุตบอล ที่เราเน้นมาตลอด มันอบอุ่นแน่นอน”

“ทีมงานเราทั้ง 19 คน ก็คงต้องตกผลึกกันถึงปัญหาเร่งด่วนอย่าง สุโขทัยกับนครปฐม เรื่องที่สองก็คือบีอีซี เทโรกับแบงค็อก และก็ยังมีพ่วงกระทบกับสระบุรีอีก ส่วน 18 ทีมผมเชื่อว่าจบไปแล้ว เพราะว่าทุกคนออกมายอมรับ น่าจะออกมาในรูปของ 18 ทีม ตอนนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน อยากจะเห็นมูลค่าเพิ่มที่โยนเรื่อง 20 ทีมขึ้นมา ก็คงต้อง ถ้าวันที่ 11 ได้รับเลือกผมก็มีเวลา ถ้า 18 ทีมข้อดี ข้อเสียอะไรจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไง ถ้า 20 ทีมมันดียังไง เสียยังไง แก้ปัญหายังไง เราต้องวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของ 18 กับ 20 ไม่งั้นเราติดล็อคเดินต่อไม่ได้ พรีเมียร์ลีกที่วางโปรแกรมไว้จะได้เดินต่อไป เพราะตอนนี้ลีกเรากำลังไปได้ไกล ตอนนี้เป็นช่วงสูญญากาศ เรายังไม่มีการตัดสินใจที่ดี ถ้าเรามีผู้บริหารสมาคมเข้ามาได้เร็ว แล้วก็ที่บอกว่าความขัดแย้งน้อย กติกาถูก ก็เลือกวันที่ 11 จะได้เดินหน้าได้ จะได้หารือกับประธานทีพีแอล ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไงให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้"

Topics