โฆษกส.บอลพูดถึง 3 บริษัทที่เสนอตัวดูแลทีมชาติไทย : 'จะดูแลเรื่องเยาวชนเป็นหลัก'

โฆษกสมาคมฯได้พูดถึงบริษัทที่เข้ามาเสนอตัวบริหารจัดการทีมชาติไทยอย่าง SOXNA, Ekkono และ Aspire Academy ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อทีมชาติชุดใหญ่แต่อย่างใด

พาทิศ ศุภะพงษ์​ โฆษกสมาคมฯ และรองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศฯของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยกับโฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ถึงแนวคิดที่จะให้บริษัทนานาชาติเข้ามาดูเรื่องการพัฒนาเยาวชนว่าเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายก็เป็นได้

โดยเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมาที่เวทีในโรงภายนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการฟุตบอลอาชีพ ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “ฟุตบอลไทย 4.0 มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สู่เวทีโลก” ขึ้น  โดยมีวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลไทยหลายท่านร่วมให้ทรรศนะ

ซึ่งทางคุณพาทิสได้กล่าวหลังจบการสัมมนาว่า “บริษัทที่เข้ามาพุดคุยหรือว่ามาเสนอตัวเป็นเรื่องของเยาวชนเป็นหลัก ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับชุดที่โตขึ้นไปแล้ว”

“เราต้องการจะสร้างเจเนเรชั่นขึ้นมาใหม่ที่มีวินัยแบบเดียวกัน คิดแบบเดียวกัน ขึ้นเกมเหมือนกัน ฝึกซ้อมแบบเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามแทคติกโค้ชแต่ละชุด”

“ดังนั้นที่บอกว่าเป็นบริษัทเพราะเราต้องการองค์ความรู้ของเขา เราต้องการรู้ว่าการบริหารเยาวชน จริงๆแล้วทุกๆด้านเลย ไม่ใช่แค่โค้ชคนเดียว แต่มาทัง้หมด ทั้งก้อนเลย เขาทำกันอย่างไร”

“เด็กต้องเรียนอย่างไร ตื่นกี่โมง กินข้าวกี่โมง ทานอะไร คิดอย่างไร เราต้องการจะเรียนโนว์ฮาวเขา”

“แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วสมาคมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด มันอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายก็ได้ เราอาจจะเจอกลุ่มโค้ชที่มีความรู้ก็ได้ แต่ตอนนี้เราถือว่าเราเปิดออปชั่นทุกอย่างให้กว้าง แล้วเรารับฟังและลองดูถ้าเป็นไปได้”

“ก่อนจะไปถึงการเปิดให้ยื่นข้อเสนอนั้น เราดูที่ศักยภาพของแต่ละเจ้า บางเจ้าอาจถนัดเมกะโปรเจ็คท์ แต่บ้านเรามีสนามเท่านี้ มีคนเท่านี้ แล้วเขาอาจไม่ถนัดก็ได้”

“ดังนั้นการที่เราจะเลือกบริษัท หรือที่ปรึกษาด้านเยาวชนได้ ก็ต้องเหมาะสมกันทุกๆด้านกับสภาพความเป็นอยู่ของประเทศไทย” คุณพาทิศทิ้งท้าย

Topics