โลเปซเหวอท้ายเกม! มิลานยังแกร่งบุกเฉือนปาร์มาสุดมันส์ 5-4

อดีตนายด่านราชันสุดขาวโชวเปิ่นช่วงท้าย หลังปล่อยบอลไหลเข้าประตูไปอย่างหน้าตาเฉยจากจังหวะจ่ายคืนหลังของมัตเตีย เด ชิโญ แต่ยังโชคดีที่มีตุนอยู่ 5 ประตู คว้าชัยไปอย่างหืดจับ

โรแบร์โต้ โดนาโดนี กุนซือเจ้าบ้าน มีข่าวดีเมื่อได้ อันโตนิโอ คาสซาโน กองหน้าตัวเก๋าผ่านความฟิตลงสนามเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้ โดยจะลงมาประสานงานในแนวรุกร่วมกับ อิชาค เบอร์โฟดิล กับ อับเดลคาแดร์ เกซซัล

ด้านผู้มาเยือนของกุนซือฟิลิปโป้ อินซากี้ เกมนี้ถอด คริสเตียน ซาปาต้า กับสเตฟาน เอล ชาราวี ออกไปพักข้างสนาม แล้วส่งดานิเอเล โบเนรา กับ จิอาโคโม โบนาเวนตูรา ลงทำหน้าที่แทน นอกนั้นยังเป็นชุดเดิมจากนัดที่แล้วที่เปิดบ้านถล่ม ลาซิโอ 3-1 นำโดยดีเอโก้ โลเปซ (ผู้รักษาประตู), อเล็กซ์, ไนเจล เด ยอง, ซัลลีย์ มุนตารี, เคซุเกะ ฮอนดะ และเฌเรมี่ เมเนซ

ช่วงต้นเกมเป็นฝั่งทีมเยือนที่ครองเกมบุกได้มากกว่า กระทั่งนาทีที่ 24 พวกเขาก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่เคซุเกะ ฮอนดะ ไหลเข้าไปในเขตโทษให้ จิอาโคโม โบนาเวนตูรา ข้ามบอลหลอกกองหลังปาร์มาอย่างเหนือชั้น ก่อนยิงหักข้อด้วยซ้าย บอลพุ่งหนีมืออันโตนิโอ มิรันเต้ เสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย มิลานขึ้นนำ 1-0

ทว่าแฟนบอลปีศาจแดงดำได้ดีใจยังไม่ทันสุดเสียง เจ้าบ้านก็มาได้ประตูตีเสมอแบบทันควัน จากจังหวะที่คริสโตบัล ฆอร์เกร่า ตักบอลจากกราบซ้ายเข้ามาในเขตโทษให้ อันโตนิโอ คาสซาโน โแบขึ้นมาขวิดเต็มศรีษะ ส่งบอลเข้าไปนอนซุกก้นตาข่าย ปาร์มาตามตีเสมอเป็น 1-1

หลังโดนตีเสมอทำให้มิลานกลับมาโหมบุกหนักอีกครั้ง และในนาทีที่ 37 พวกเขาก็ได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่เฌเรมี่ เมเนซ โยนบอลยาวไปทางกราบขวาให้อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ กระชากไปสุดเส้นหลังก่อนงัดเข้ามาในเขตโทษให้ เคซุเกะ ฮอนดะ ขึ้นโขกเต็มศรีษะ บอลพุ่งแสกหน้าอันโตนิโอ มิรันเต้ นายด่านเจ้าบ้านเข้าประตูไปอย่างสุดสวย มิลานขึ้นนำ 2-1

ก่อนหมดครึ่งแรกเพียงนาทีเดียว ทีมเยือนมาบวกประตูที่สามได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เฌเรมี่ เมเนซ ถูกอเลสซานโดร ลูคาเรลลี กองหลังปาร์มาดึงล้มลงในเขตโทษ ทำให้ผู้จัดสินไม่มีทางเลือกควักไปเหลืองให้กับ ลูคาเรลลี พร้อมชี้ให้เป็นลูกจุดโทษของมิลานทันที และเป็นเมเนซ ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด มิลานหนีห่างเป็น 3-1 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 5 นาที เจ้าบ้านได้ประตูไล่ตีตื้นเป็น 2-3 จากจังหวะที่อับเดลคาแดร์ เกซซัล โหม่งชงให้คริสโตบัล ฆอร์เกร่า ตั้งป้อมวอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อบอลติดไซร้ก้อยไปเข้าทาง ฟิลิปเป้ ชาร์จจ่อๆจากระยะไม่ถึง 5 หลาเข้าประตูไป

เกมเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก และในนาทีที่ 54 ทีมเยือนเกือบได้ประตูที่สี่ จากลูกที่ อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ ทำชิ่งกับ เฌเรมี่ เมเนซ ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาและบรรจงตะบันเต็มข้อ บอลจะพุ่งเสียบเสาแรกอยู่แล้ว ทว่า อันโตนิโอ มิรันเต้ นายด่านเจ้าบ้านยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดสุดปลายมือส่งบอลออกหลังไปอย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 57 สถานการณ์ของมิลานเริ่มไม่ค่อยดีเสียแล้ว เมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน หลังดานิเอเล โบเนรา กองหลังชาวอิตาเลียนไปใช้แขนปัดบอลจากตรงเส้นกรอบเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกควักใบเหลืองให้กับเจ้าตัว และเป็นใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

การเหลือผู้เล่นน้อยกว่าไม่ส่งผลเสียต่อมิลานแต่อย่างใด หลังนาทีที่ 68 พวกเขามาได้ประตูหนีห่างอีกครั้ง จากจังหวะที่ อันโตนิโอ คาสซาโน จับบอลพลาดจนถูกไนเจล เด ยอง ฉกบอลได้จากกลางสนามก่อนโซโล่เดี่ยวเข้าไปล่อเป้าก่อนแปด้วยขวาสวนตัว อันโตนิโอ มิรันเต้ เข้าประตูไปอย่างเยือกเย็น มิลานทิ้งห่าง 4-2

เกมสุดมันส์ระดับ 5 ดาว หลังในนาทีที่ 73 เจ้าบ้านได้ประตูไล่มาอีกครั้ง จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งขวา และเป็นรัฟฟาเอเล ปัลลาดิโน รับหน้าที่เปิดเข้ามาในเขตโทษให้ อเลสซานโดร ลูคาเรลลี โหม่งเต็มศรีษะส่งบอลพุ่งหนีมือ ดีเอโก้ โลเปซ เข้าประตูไปอย่างสุดสวย ปาร์มาไล่มาเป็น 3-4

นาทีที่ 77 เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนบ้าง หลังฟิลิปเป้ ไปหวดใส่ขาเฌเรมี่ เมเนซ รับใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

ถัดมา 2 นาที มิลานมาได้ประตูที่ 5 จากจังหวะที่เฌเรมี่ เมเนซ โชว์สปีดอันสุดยอดวิ่งแซงแนวรับเจ้าบ้านก่อนแตะอ้อมตัวผู้รักษาประตู และตามตอกส้นด้วยขวาเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น มิลานทิ้งห่าง 5-3

นาทีที่ 89 เจ้าบ้านได้ประตูไล่มาอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่มัตเตีย เด ชิโญ จ่ายคืนหลังให้ดีเอโก้ โลเปซ ทว่าอดีตนายด่านจากเรอัล มาดริด ดันโชว์เหวอปล่อยบอลเข้าประตูไปแบบหน้าตาเฉย ปาร์มาไล่มา 4-5

จบเกมมิลานบุกเฉือนชนะปาร์มาสุดมันส์ 5-4 ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงร่วมกับยูเวนตุส และโรมา

Topics