โป้งเดียวหาย! บัวเต็งซัดสวยท้ายเกมพาพี่เสื่อตะปบเรือใบหืด 1-0

แม้เกมนี้โจ ฮาร์ท จะช่วยเรือใบสีฟ้ารอดพ้นการเสียประตูไปหลายครั้งหลายคา แต่ก็ไม่วายโดนลูกวอลเลย์สุดสวยของเจโรม บัวเต็ง ช่วงท้ายเกม ทำให้พี่เสือเก็บสามแต้มไปได้อย่างหวิดหวุด

เป๊บ กวาร์ดิโอลา เทรนเนอร์คนเก่งของเสือใต้ ตัดสินใจส่ง เมห์ดี้ เบนาเตีย แนวรับคนใหม่ที่ย้ายมาจาก โรมา ลงประเดิมสนามเกมแรกของตัวเองทันที โดยลงมาจับคู่กับเจโรม บัวเต็ง ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ขณะที่สามประสามแนวรุกยังเป็นหน้าเก่าเจ้าเดิม นำโดยมาริโอ เกิทเซ, โธมัส มุลเลอร์ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ด้านฝั่งทีมเยือนของกุนซือมานูเอล เปเยกรินี วางเอดิน เซโก้ เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย โดยมีดาบิด ซิลบา, เฆซุส นาบาส และซามิร์ นาสรี คอยเติมเกมรุกสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ส่วนคู่หูแดนกลางยังใช้แฟร์นันดินโญ จับคู่กับยาย่า ตูเร่ เช่นเคย

ช่วงต้นเกมเป็นบาเยิร์นที่ครองบอลบุกได้มากกว่าตามสไตล์การทำทีมของเป๊บ กวาร์ดิโอลา กระทั่งนาทีที่ 18 พวกเขาก็ได้จังหวะลุ้นประตูแบบจะๆทันที จากลูกที่ฆวน เบอร์นาต เติมเกมบุกมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ ฉีกหนีตัวประกบเข้ามาโขกเต็มศีรษะ บอลจะเสียบใต้คานอยู่แล้ว ทว่าโจ ฮาร์ท ยังปฏิกิริยาไวลอยตัวปัดบอลออกหลังไปได้แบบฉิวเฉี่ยด

ถัดมาเพียง 2 นาทีเป็นโอกาสของฝั่งเจ้าบ้านอีกครั้ง จากจังหวะที่โธมัส มุลเลอร์ ปาดเลียดเข้าไปในเขตโทษให้มาริโอ เกิทเซ หวดด้วยขวาบอลพุ่งแฉลบแขนแว็งซองต์ กอมปานี เปลี่ยนทางจะเสียบเสาสองอยู่แล้ว ทว่าโจ ฮาร์ท โชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง พุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

เกมเปิดหน้าสู้กันแบบทันควัน ถัดมาเพียงนาทีเดียวต่อจากนั้น เป็นโอกาสของแมนฯซิตี้บ้าง จากลูกที่เอดิน เซโก้ ได้จังหวะปั่นด้วยซ้ายจากบริเวณในเขตโทษทางฝั่งขวา บอลโค้งไม่พอพุ่งถากเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 32 บาเยิร์นได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ฆวน เบอร์นาต โยนโค้งเข้ามาในเขตโทษให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แตะคืนหลัง และเป็นเดวิด อลาบ้า ที่วิ่งมาแปด้วยซ้ายเน้นๆ แต่โจ ฮาร์ท วันนี้เหนียวเป็นพิเศษทุบเคลียร์บอลออกไปได้อย่างสบายมือ

ถัดมา 3 นาทีเจ้าบ้านพลาดโอกาสในการได้ประตูขึ้นนำไปอย่างเหลือเชื่อ หลังเดวิด อลาบ้า แทงทะลุช่องให้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนแตะหลบโจ ฮาร์ท ไปได้แล้ว ทว่ามุมยิงไม่ค่อยมี ตวัดแปด้วยซ้ายเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 39 ทีมเยือนมีโอกาสทักทายอีกครั้ง จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งขวา และเป็นซามิร์ นาสรี ที่รับหน้ที่เปิดเข้ามาในโทษให้บาการี ซานญา ขึ้นเทคตัวโขกเน้นๆ แต่มานูเอล นอยเออร์ ยังยืนตำแห่งดีทุบบอลทิ้งออกไปได้แบบสบายๆ หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรกเสมอกันอยู่ที่สกอร์ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองเกมบุกได้เหนือกว่า และในนาทีที่ 59 พวกเขาก็ได้จังหวะลุ้นประตูขึ้นนำอีกครัง้ จากลูกที่ราฟินญา โยนโค้งเข้ามาในเขตโทษ บอลหลุดไปทางเสาไกลเข้าทาง ฆวน เบอร์นาต ได้เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อ ทว่าโจ ฮาร์ท ที่เกมนี้เล่นเด่นมากตามมาทุบบอลออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมออยู่แล้ว ทว่าช่วงก่อนหมดเวลานาทีเดียว เจ้าบ้านมาได้ประตูชัย จากจังหวะที่มาริโอ เกิทเซ ไหลคืนหลังให้เจโรม บัวเต็ว วอลเลย์ด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งหนีมือโจ ฮาร์ท เสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย จบเกมบาเยิร์น มิวนิคเปิดบ้านเฉือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้หวิว 1-0

Topics