โปรตุเกส 2-0 เวลส์: โรนัลโด้ขึ้นแท่นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลยูโรทาบพลาตินี่

ซีอาร์เซเว่นจัดการโหม่ง 1 จ่าย 1 พาโปรตุเกสดับซ่าม้ามืดอย่างเวลส์ได้สำเร็จ พร้อมกรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบสุดท้าย "ยูโร 2016" รอบรองชนะเลิศ ที่สนามสต๊าด เดอ ลียง ในเมืองลียง เป็นการพบกันระหว่างสองทีมม้ามืดที่ไม่เคยได้แชมป์มาก่อนอย่าง โปรตุเกส ดวลกับ เวลส์

แฟร์นันโด ซานโตส กุนซือทัพฝอยทอง หมดสิทธิ์ใช้งานสองตัวหลักอย่าง เปเป้ ที่บาดเจ็บจนหายไม่ทัน และ วิลเลียม คาร์วัลโญ ซึ่งโดนแบน ทำให้เป็นโอกาสของ บรูโน อัลเวส กับ ดานิโล ได้ลงตัวจริงแทน

ด้านขุนพลมังกรแดงของ คริส โคลแมน ต้องขาดสองกำลังสำคัญเช่นกันอย่าง เบน เดวิส และ อารอน แรมซีย์ ที่ติดโทษแบน ทำให้เลือกปรับมาใช้ เจมส์ คอลลินส์ กับ แอนดี้ คิง ลงเล่นเป็น 11 คนแรกทดแทน

เกมในช่วง 45 นาทีแรกยังค่อนข้างสูสี โดยโปรตุเกสพยายามจะต่อบอลทำเกมรุก แต่นักเตะส่วนใหญ่ยังเน้นความสามารถเฉพาะตัวมากเกินไปจนทีมเวิร์คยังจูนกันไปติด ส่วนเกมบุกของเวลส์ก็ยังไม่วูบวาบพอ ทำให้จบครึ่งแรกไปแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น กลายเป็นทัพฝอยทองที่สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ เจา มาริโอ เล่นสั้นเขี่ยให้ ราฟาเอล เกร์เรโร เปิดโค้งเข้าเขตโทษต่อให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ เทกตัวโขกเต็มศีรษะเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้ทัพฝอยทองออกนำ 1-0

ถัดมานาทีที่ 53 อดีตรองแชมป์เมื่อปี 2004 ยังมาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ โรนัลโด้ เก็บตกบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจกึ่งยืงกึ่งผ่านไปเข้าทาง นานี ล้มตัวใช้เท้าขวาแหย่บอลจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้โปรตุเกสหนีห่างเป็น 2-0

หลังจากนั้นแม้ว่าเวลส์จะพยายามบุกหนัก โดยเฉพาะซูเปอร์สตาร์อย่าง แกเร็ธ เบล ที่หาโอกาสส่องประตูอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำแม้กระทั่งการตีไข่แตกได้เลย ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นโปรตุเกสที่เอาชนะไปได้สำเร็จ 2-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้เป็นครัังแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ไปรอพบผู้ชนะระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสต่อไป