โอสถขอความเป็นธรรมหวัง"เสธตุ้ม"ขอโทษ"ฉัตรชัย"

“โอสถสภาฯ” ยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมเรียกร้อง “ประธานผู้ตัดสิน” กล่าวขอโทษและรักษาเกียรติลูกหนังให้ ฉัตรชัย บุตรพรหม

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา “ขาวผ่อง” นายทวี อัมพรมหา เลขานุการสโมสร “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมดังในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ได้เดินทางมาที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อยื่นหนังสือของความเป็นธรรมต่อ นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมการประเมินจริยธรรมและจรรยาบรรณ ของนักกีฬาและบุคลากรกีฬาอาชีพ ซึ่งนอกจากหนังสือฉบับดังกล่าวแล้ว ยังมีเทปบันทึกการแข่งขันแนบมาด้ว

สำหรับหนังสือฉบับดังกล่าว ได้อ้างถึงการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก คู่ระหว่าง เชียงราย ยูไนเต็ด กับ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี เมื่อวันที่ 11 พ.ค.57 ที่สนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม ซึ่งมีนายสุรพล สว่างจิต เป็นผู้ตัดสิน, นายเกรียงศักดิ์ เกียรติทรงธรรมเป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1, นายณฐกร ฉิมพลี เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2, นายถนอม บริคุต เป็นผู้ตัดสินที่ 4, นายอดุลย์ชาติ ขันธมะ เป็นผู้ประเมินผู้ตัดสิน และนายเจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง เป็นผู้ควบคุมการแข่งขัน

นายทวี อัมพรมหา กล่าวว่า ผลการแข่งขัน สโมสรโอสถสภาฯ แพ้ 0-2 ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์กระทำผิดกติกาขึ้นในนาทีที่ 22 เมื่อผู้เล่นหมายลข 7 (เลอันโดร อัสซัมพ์เซา) ของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ได้พุ่งเข้าชนผู้รักษาประตูของโอสถสภาฯ อย่างแรงจนล้มลง ก่อนจะยิงซ้ำเข้าไป โดยผู้ตัดสินให้เป็นประตู

ซึ่งการตัดสินดังกล่าวสโมสรฯ เห็นว่าเป็นการตัดสินที่ผิดพลาดอย่างชัดเจน ทำให้สโมสรฯ เสียหายอย่างมาก หลังจากนั้นสโมสรฯ ได้ทำหนังสือไปยังประธานผู้ตัดสิน ให้ช่วยพิจารณาลงโทษการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ผิดพลาดท่านนี้ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่กลับมีการให้ข่าวจากประธานผู้ตัดสินท่านดังกล่าวไปในทางที่ชื่อเสียงของนักกีฬาและสโมสรฯ เสียหาย สโมสรฯ จึงนำเรียนมายังประธานคณะกรรมการประเมินจริยธรรมและจรรยาบรรณฯ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ตัดสินชุดดังกล่าว รวมไปถึงประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน พล.อ.ชินเสน ทองโกมล ต่อไป

พ่อบ้านพลังเอ็ม กล่าวตอนท้ายว่า สโมสรฯ ไม่ได้ต้องการให้มีการกลับคำตัดสินแต่อย่างใด แต่ต้องการให้มีการปรับปรุงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและการขอโทษจากประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินท่านดังกล่าว ที่สำคัญการมาขอความเป็นธรรมครั้งนี้ก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสโมสรฯ รวมทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศของ ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูของทีมโอสถสภาฯ ที่จะได้ไม่มีมีตราบาปติดตัวตลอดชีวิตตลอดไปนั่นเอง