ปาฏิหารย์ไม่มีจริง! หงส์ไล่เจ๊าบาเซิล 1-1 ลา UCL ลุยยูโรป้า

แชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกในรอบห้าปีของหงส์แดงต้องสิ้นสุดลงเพียงรอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น หลังทำได้แค่เสมอกับทีมจากแดนฬิกาในบ้านของตัวเองและทำให้พวกเขาต้องไปลุ้นต่อในบอลยุโรปรายการเล็ก

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ให้สตีเวน เจอร์ราร์ดและเดยาน ลอฟเรน กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง และเป็นโคโล ตูเรกับลูคัส เลวากลับไปเป็นตัวสำรองเช่นเคย ส่วนแนวรุกยังคงฝากความหวังไว้ที่ราฮ๊ม สเตอร์ลิงและริคกี้ แลมเบิร์ต

ด้านเปาโล ซูซาเกมนี้ต้องการแค่ผลเสมอเท่านั้นก็จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที เกมนี้ให้มาร์โก สเตลเลอร์ค้ำหน้ากับเดอร์ลิส กอนซาเลซ โดยมีฟาเบียน เฟรย์คอยคุมเกมตรงกลาง

เริ่มเกมมาแค่สองนาทีลิเวอร์พูลมาได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่สเตอร์ลิงเล่นกับจอห์นสันทางขวาก่อนบอลเลยมาเข้าเท้าเจอร์ราร์ดปั่นด้วยขวาแต่วาคลิคก็ยังรับไว้ได้

หงส์แดงพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทำประตูขึ้นนำให้ได้แต่ก็ยังหาจังหวะเข้าทำแบบจะๆไม่ได้เลยและนาทีที่ 25 กลายเป็นบาเซิลที่มาได้ประตูออกนำก่อนและเป็นเฟรย์ที่ได้ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0

สามนาทีต่อลิเวอร์พูลพยายามตั้งเกมบุกขึ้นมาเป็นสเตอร์ลิงที่ได้ลากเข้าไปก่อนซัดแต่บอลก็ยังไปตรงตัวของวาคลิครับแบบไม่มีกระฉอก

นาทีที่ 33 ทีมเยือนเกือบมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่กองหลังลิเวอร์พูลสกัดออกมาได้ไม่ดีและจังหวะสุดท้ายเป็นสเตรลเลอร์ที่ได้กระโดดยิงแต่บอลไม่เข้าเป้า

และนาทีที่ 43 กลายเป็นทีมเยือนที่เกือบมาได้ประตูทิ้งห่างและเป็นกาชี่ที่ส่งบอลไปกองที่ก้นตาข่ายเรียบร้อยจากจังหวะหลุดเดี่ยวแต่ไลน์แมนยกธงว่าเขาล้ำหน้าก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกเป็นบาเซิลที่นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังลิเวอร์พูลแก้เกมทันทีด้วยการส่งอัลแบร์โต้ โมเรโนและลาซาร์ มาร์โควิชลงมาเล่นแทนริคกี้ แลมเบิร์ตและโฆเซ เอ็นริเก้และพอนกหวีดดังก็เดินหน้าบุกใส่ทันที

หงส์แดงยังคงเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่าแต่เกือบมาโดนทิ้งห่างอีกครั้งในนาทีที่ 59 และเป็นชาก้าที่ได้ยิงแต่ยังเอาชนะมิโญเลต์ไม่ได้

สองนาทีต่อมาลิเวอร์พูลต้องเป็นรองเรื่องตัวผู้เล่นหลังลาซาร์ มาร์โควิชตัวสำรองที่เพิ่งลงมาไปโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทำให้เจ้าถิ่นต้องตกเป็นรองในช่วงเวลาที่เหลืออีกครึ่งชั่วโมงหลังจากนี้

สิบคนของลิเวอร์พูลก็พยายามบุกเต็มที่และมาได้ลุ้นในนาทีที่ 68 จากจังหวะที่สเคอร์เทลเติมขึ้นมายิงไกลแต่บอลก็ยังเหินข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 71 ลิเวอร์พูลเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่เจอร์ราร์ดได้หลุดเดี่ยวแต่จังหวะสุดท้ายเป็นวาคลิคที่ออกมาได้เร็วและปัดบอลออกไปได้แบบหวุดหวิด

เมื่อไม่มีอะไรต้องเสียหงส์แดงที่ตัวน้อยกว่าก็ลุยเต็มที่และนาทีที่ 81 พวกเขาก็มาตีเสมอจนได้จากลูกฟรีคิกและเป็นเจอร์ราร์ดที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 1-1

สิบนาทึสุดท้ายหงส์แดงลุยเต็มที่เพราะต้องการอีกแค่ประตูเดียวพวกเขาก็จะกลายเป็นทีมที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ทันทีแต่พวกเขาเกือบมาโดนออกนำอีกครั้งในนาทีที่ 85 จากจังหวะที่ซุฟฟีได้ยิงด้วยขวาจากหน้าเขตโทษแต่มิโญเลต์ยังปัดออกมาได้

เกมเริ่มสนุกและนาทีต่อมาหงส์แดงน่ามาได้ประตูพลิกขึ้นนำจากจังหวะที่เฮนเดอร์สันได้โขกไปแฉลบกองหลังสองคนของบาเซิลแต่วาคลิคยังกลับมาตะครุบไว้บนเส้นได้ทัน

หงส์แดงพับสนามบุกอย่างต่อเนื่องในช่วงท้ายเกมแต่ก็ยิงประตูขึ้นนำไม่สำเร็จจบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 ทำให้บาเซิลมีเพิ่มเป็น 7 คะแนนคว้าตั๋วไปสุดท้ายเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ส่วนลิเวอร์พูลมีแค่ 5 คะแนนคว้าอันดับสามต้องไปเล่นในยูโรป้าลีกแทน